<
WEALTH • STOCK - DERIVATIVES

รู้จัก "หุ้นกู้ crowdfunding" สินทรัพย์กระจายความเสี่ยง ที่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

สำหรับคนที่ทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ SMEs หรือ ธุรกิจสตาร์ทอัพ "เงินทุน" คือหมากสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจ ของคุณเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้ (เท่าที่ทุนมี) ต่อให้ไอเดียดี โปรดักส์ดี แต่ไม่มีเงินทุนพัฒนาหรือผลิตโปรดักส์ออกมาก็จบ

ประเด็นคือ "แหล่งเงินทุน" ที่คนทำธุรกิจรายย่อยจะเข้าถึงได้มีไม่มากนัก เพราะแผนธุรกิจดีใช้เป็นหลักประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงเมื่อผิดนัดชำระหนี้ของธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ ทำให้ธุรกิจที่มีศักยภาพต้องพับเสื่อกลับบ้านหมดโอกาสได้เจอกับ 'นักลงทุน' ที่อาจจะกำลังมองหาช่องทางการลงทุนกับธุรกิจที่หลากหลาย


'หุ้นกู้ Crowdfunding' เครื่องมือที่ช่วยให้ SME ระดมทุนจากนักลงทุนรายย่อย

จากการที่ ก.ล.ต. ประกาศยอมรับให้ 'หุ้นกู้ Crowdfunding' เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ SME สามารถขอกู้เงินหรือที่เรียกว่า การระดมทุนจากนักลงทุนรายย่อยได้ โดยมีลักษณะคล้ายกับหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทขนาดใหญ่ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จึงเป็นการสร้างทางเลือกใหม่ ให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น เช่นนี้ มีหรือที่ SMEs จะไม่สนใจ

เมื่อ SMEs สามารถออก 'หุ้นกู้ Crowdfunding' ได้ โดยไม่จำกัดว่าเป็นธุรกิจประเภทไหน เพียงแต่เกณฑ์การประเมินก่อนประกาศขาย "หุ้นกู้ Crowdfunding' จะต้องอยู่ภายใต้การประเมินความเสี่ยงและจัดระดับความเสี่ยงของ Crowdfunding Portal ที่ต้องได้รับใบอนุญาตให้บริการคราวด์ฟันดิงจาก ก.ล.ต. เท่านั้น ซึ่งการประเมินก็เพื่อเสนออัตราดอกเบี้ยที่สะท้อนความเสี่ยงของ SMEs แต่ละรายให้แก่นักลงทุนที่สนใจระดมทุนนั่นเอง

ความน่าสนใจอยู่ตรงความหลากหลายของประเภทธุรกิจ ที่นักลงทุนสามารถเลือกกระจายความเสี่ยงผ่านการลงทุนในหุ้นกู้ Crowdfunding ของ SMEs ในอุตสาหกรรมที่ต่างกัน เมื่อดูที่ผลตอบแทนเปรียบเทียบกับการฝากเงินหรือลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทขนาดใหญ่ก็หอมหวานกว่า เพราะหุ้นกู้ Crowdfunding สามารถให้ผลตอบแทนได้ระหว่าง 6-20% ต่อปี โดยอายุหุ้นกู้มีตั้งแต่ 30 วัน ถึง 2 ปี  ตั๋วเงินระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงแน่นอนว่าต้องแลกมากับความเสี่ยงสูง แต่ก็มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัวให้กับผู้ถือหุ้นกู้หากกิจการประสบความสำเร็จ และยิ่งถ้านักลงทุนเลือกลงทุนใน 'หุ้นกู้ Crowdfunding' ที่หลากหลาย ต่างอุตสาหกรรม ก็จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้อีกทาง ที่สำคัญ การลงทุนในหุ้นกู้ย่อมได้สิทธิดีกว่าลงทุนในหุ้น เพราะเป็นสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ของกิจการ มีสิทธิได้เงินคืนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ

ทั้งนี้ เกณฑ์ ก.ล.ต. ยังจำกัดให้นักลงทุนรายย่อยที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถลงทุนได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อหุ้นกู้ฯ และลงทุนบนระบบ Crowdfunding ทั้งหมดไม่เกิน 1 ล้านบาทในรอบ 12 เดือน ส่วนนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง นิติบุคคลหรือมีบุคคลที่ความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน (Accredited Investor) สามารถลงทุนได้ไม่จำกัดวงเงิน

และเพื่อให้การลงทุนเกิดประโยชน์สูงสุด นักลงทุนควรเลือกลงทุนในธุรกิจที่ตัวเองสนใจหรือมีความเข้าใจ และควรศึกษาข้อมูลการประเมินความเสี่ยงและจัดระดับความเสี่ยงของที่ออกโดย Crowdfunding Portal ที่มี ทีมผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ความเสี่ยงของ SMEs และยังมีระบบจัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ขอออกหุ้นกู้ (Credit Worthiness Rating) ซึ่งคำนวณจากหลายปัจจัยที่สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ของกิจการ เพื่อช่วยให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม อย่าง บริษัท อินเวสทรี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Investree ผู้ให้บริการเงินทุนด้วยแพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิงสำหรับธุรกิจรายย่อยไปจนถึงระดับกลาง (SMEs) ที่มีเป้าหมาย คือ ต้องการเป็น “โซลูชั่น” ที่ช่วยให้ SMEs ทำธุรกิจได้ต่ออย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลถึงแหล่งเงินทุนในเวลาเดียวกันเราก็เป็น “โซลูชั่น” ให้นักลงทุนในการเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และอิสรภาพในด้านการลงทุนด้วยระบบ Crowdfunding

สุดท้ายแล้วหากมองการลงทุนเป็นการออมเงิน การลงทุนใน 'หุ้นกู้ Crowdfunding' ก็จัดเป็นเครื่องมือออมเงินรูปแบบหนึ่งที่สร้างโอกาสกระจายการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลาย และทำให้ทุกคนมีโอกาสลงทุนอย่างเท่าเทียมกัน

Related keywords:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง