WEALTH • STOCK - DERIVATIVES

ส่องกองทุนหุ้นสหรัฐฯ โอกาสลงทุนเกาะติดธีมเปิดเมือง

ความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หนุนให้ภาคธุรกิจกลับมาเปิดทำการตามปกติได้มากขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา อยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนทั่วโลกหลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศชัยชนะเหนือการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการเร่งรัดฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนไปกว่าเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรทั้งหมด

 

LHFUND ชี้หุ้นท่องเที่ยว-สันทนาการ รับอานิสงส์


นายณัฐพล คำวงษา นักกลยุทธ์ฝ่ายการลงทุนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯว่า บริษัทมีมุมมองในทางบวก ทั้งนี้ถ้ามองภาพรวมจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของทั้งโลกโดยคาดว่าปี2564 นี้จะเติบโตถึง 5.8% ขณะที่พบว่าGDP สหรัฐฯจะขยายตัวถึง 6%ซึ่งสูงกว่า GDP โลก ในขณะที่ประเทศไทยรวมถึงกลุ่มประเทศที่ยังมีการระบาดสูงอยู่อย่างยุโรปหรืออินเดีย เศรษฐกิจจะเติบโต 3-4%

ด้วยอัตราการฉีดวัคซีนในสหรัฐฯที่มีความเร็ว ส่งผลให้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ประชากรน่าจะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยได้ภายใน 3 เดือนรวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือประชาชนในวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ส่งผลให้การใช้จ่ายภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาหุ้นในสหรัฐฯ

ด้วยนิสัยของชาวอเมริกาที่เน้นทำกิจกรรมสันทนาการเช่นการออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ดูคอนเสิร์ต เล่นกีฬา และช้อปปิ้ง เมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวเต็มที่ หุ้นที่เกี่ยวกับกิจกรรมเหล่านี้จึงมีมุมมองไปในทางบวกมากกว่ากลุ่มอื่นๆนายณัฐพลกล่าว

ดังนั้นคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯน่าจะเริ่มกลับมามีโอกาสเติบโตขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าและฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่อีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากราคาตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ ราคาห้องพักโรงแรม และราคาของรถมือสองที่เริ่มสูงขึ้นเกือบ 10%สะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางภายในประเทศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง

นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ บลจ.กสิกรไทยมีมุมมองว่าภาพรวมตลาดหุ้นโลกยังไปต่อได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศออกมาของฝั่งสหรัฐฯและยุโรปส่วนใหญ่ดีกว่าที่คาดไว้ เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากความคืบหน้าการฉีดวัคซีน รวมถึงนโยบายที่ยังผ่อนคลายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรจับตาช่วงครึ่งปีหลังในประเด็นอัตราเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดการณ์ การจัดการต่อสถานการณ์โควิด-19 ภายใต้การฉีดวัคซีนที่ดำเนินไปในวงกว้างหลายประเทศทั่วโลก

 

เปิดลิสต์กองทุนหุ้นสหรัฐฯ

กางพอร์ตกองทุนหลัก

การเงินธนาคาร ได้รวบรวมข้อมูลกองทุนรวมในประเทศไทยที่ลงทุนในหุ้นสหรัฐฯเพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุน เช่น บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีกองทุนเปิด แอล เอช โกลบอล ไลฟ์สไตล์อิควิตี้ (LHGLIFEE) ที่ลงทุนผ่าน Master Fund ที่มีชื่อเสียงอย่าง Invesco Global Consumer Trends Fund ซึ่งเป็นกองทุนหลักที่จดทะเบียนอยู่ในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน (NAV)

สำหรับตัวอย่างหุ้นในพอร์ตของกองทุนหลัก มีทั้งหุ้นที่อยู่ในเมกะเทรนด์แห่งอนาคตที่จะเกาะกระแสไปกับวิถีชีวิตของผู้คนอย่าง Alibaba Amazon และ SEA Group (SE) ผู้ประกอบธุรกิจอินเทอร์เน็ต และให้บริการออนไลน์ ปัจจุบันดำเนิน 3 ธุรกิจหลัก คือ Garenaธุรกิจเกมออนไลน์ ธุรกิจ E-Commerce ในชื่อ “Shopee”และ AirPayธุรกิจระบบชำระเงินออนไลน์

รวมถึงหุ้นที่ได้จะได้รับอานิสงส์จากการเปิดเมือง อย่าง Booking Holding (BKNG) ผู้ให้บริการจองห้องพักทางออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เป็นเจ้าของ Booking และ Agodaบริษัท Penn National Gaming (PENN) ธุรกิจกาสิโนและสถานที่ท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

กองทุนเปิดเค ยูเอสเอ หุ้นทุน-A ชนิดจ่ายเงินปันผลหรือ K-USA-A(D)มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนMorgan Stanley US Advantage Fund - I Shares (USD) (กองทุนหลัก)เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการรับผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทชั้นนำในสหรัฐอเมริกา ต้องการได้รับเงินปันผลระหว่างการลงทุน สามารถรับความผันผวนของราคาหุ้นที่กองทุนรวมไปลงทุน ซึ่งอาจจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นหรือลดลงจนต่ำกว่ามูลค่าที่ลงทุนและทำให้ขาดทุนได้ในระยะยาวตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไปองทุน โดยกองทุนป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75%ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ

กองทุนเปิดทหารไทย US Blue Chip Equity(TMBUSBLUECHIP)เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศคือ กองทุน T. Rowe Price Funds SICAV - US Blue Chip Equity Fund ในหน่วยลงทุนชนิด Class I ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือบริษัทจัดการจะลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวโดยกองทุนหลักเน้นการลงทุนในหุ้นชั้นดีขนาดใหญ่และขนาดกลางของบริษัทในอเมริกา ทั้งนี้ กองทุนอาจมีการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ทั้งโดยวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง และการลงทุนเพื่อหวังผลกำไร

กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อเมริกัน โกรท - สมอลเลอร์ คอมพานี ฟันด์(ABAGS)เน้นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม อเบอร์ดีนโกลบอล -นอร์ท อเมริกัน สมอลเลอร์ คอมพานี ฟันด์ (Aberdeen Global - North American Smaller Companies Fund) Class A-2 (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยมีอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้ง หรือประกอบกิจการในอเมริกา หรือบริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว โดยบริษัทข้างต้นมีขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดน้อยกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ลงทุน

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (SCBS&P500)เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ กองทุน SPDR S&P 500 ETF Trust (กองทุนหลัก) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P 500 โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500) ซึ่งเป็นกองทุนที่บริหารจัดการโดย State Street Global Advisors จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค โดยจะลงทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนดังกล่าวกองทุนลงทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า(Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศที่กองทุนถืออยู่เทียบกับสกุลเงินบาท ณ ขณะใดขณะหนึ่ง ไม่น้อยกว่า90%ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศ

กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อเมริกัน โกรท ฟันด์(ABAG)เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศ อเบอร์ดีน โกลบอล -นอร์ท อเมริกัน เอคควิตี้ ฟันด์ (Aberdeen Global - North American Equity Fund) (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียวซึ่งมีการลงทุนอย่างน้อยสองในสามของพอร์ตการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนหรือตราสารที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (equities or equities related securities) ของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้ง หรือประกอบกิจการในประเทศอเมริกา หรือบริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว

กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ อันเฮดจ์(TUSEQ-UH)เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวม อีทีเอฟ ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุน (ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด) ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 โดยกองทุนดังกล่าวบริหารและจัดการโดย State Street Global Advisors ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR S&P 500 ETF โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส อิควิตี้ อันเฮดจ์ จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Hedging)

กองทุนเปิดกรุงศรียูเอสอิควิตี้อินเด็กซ์เฮดจ์เอฟเอ็กซ์(KF-HUSINDX)เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80.00 ของ NAV -กองทุนหลักเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P 500 Index เพื่อมุ่งหวังผลตอบแทนของกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 Index

 

ผู้เชี่ยวชาญแนะจัดพอร์ตผสม

กองทุนหุ้นเติบโต-หุ้นคุณค่า

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านกองทุนรวม แนะนำกลยุทธ์การลงทุน กองทุนรวมในช่วงภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว โดย นายเสริมศักดิ์ วงศ์สิทธิโชค ผู้อำนวยการ ฝ่ายค้าตราสารการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน)แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตในลักษณะผสมผสานระหว่างกองทุนหุ้นเติบโต (Growth) และกองทุนหุ้นเน้นคุณค่า (Value) เน้นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก เนื่องจากราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่

สำหรับกองทุนเด่น ในฝั่ง กองทุนหุ้นเติบโตแนะนำให้เลือกกองทุนที่ลงทุนใน กลุ่ม New Economy อย่างหุ้นกลุ่มนวัตกรรมด้านสุขภาพที่กำลังเป็นเมกะเทรนด์ หรือ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เช่น กองทุนบีแคป เน็กซ์ เจน เฮลธ์ (BCAP-XHEALTH) ที่ลงทุนในธุรกิจด้านสุขภาพที่มีนวัตกรรมสมัยใหม่ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยกองทุนดังกล่าวจะเน้นกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน ด้วยหลักทรัพย์กว่า 300 ตัว และไม่จำกัดการลงทุนเพียงกลุ่ม Health care เหมาะกับการลงทุนในระยะยาว

ส่วน กองทุนหุ้นเน้นคุณค่าแนะนำกองที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่าง กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ฟันด์ (KT-FINANCE) ที่ลงทุนหุ้นกลุ่มผู้ให้บริการด้านการเงินทั่วโลก รวมถึงกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ขนาดกลางและเล็กที่มีการเติบโตของกำไรสม่ำเสมอ และราคาไม่สูงเกินไป เช่น กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อเมริกัน โกรท - สมอลเลอร์ คอมพานี ฟันด์(ABAGS)เป็นต้น