WEALTH • MUTUAL FUND

Thematic funds กับความเสี่ยงในการลงทุน

ในช่วงที่ผ่านมา Thematic funds ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมากจากผลตอบแทนที่ค่อนข้างดี ทำให้มีจำนวนกองออกใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทั้งกองทุนที่เน้นลงทุนใน artificial intelligence ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกัญชา


ผลตอบแทนที่สูงยิ่งดึงดูดเงินลงทุนของนักลงทุน

Thematic funds ในสหรัฐที่ผ่านมาสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงอย่างมาก จนทำให้มีเงินไหลเข้าลงทุนจำนวนมาก (ไตรมาสแรกของปีนี้มีเงินไหลเข้าลงทุนกว่า 81,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) ประกอบกับการออกกองใหม่ๆอย่างต่อเนื่องก็ยิ่งทำให้มีเงินไหลเข้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้สินทรัพย์ภายใต้การจัดการทั้งหมดของกองทุนประเภทนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 160,000 ล้านเหรียญ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว จากปี 2019



การเดิมพันกับ Thematic funds

นักลงทุนที่อยากจะลงทุนในกองเหล่านี้ อาจต้องเริ่มจากเลือก Theme การลงทุนให้ถูกต้อง เป็น Theme การลงทุนที่คาดว่าจะเป็นที่นิยมในระยะยาว  เป็น Theme ในอนาคต จากนั้นเลือกกองทุนที่ลงทุนตาม Theme ที่เราต้องการ และเข้าลงทุนในช่วงที่คิดว่าราคายังไม่แพงหรือยังไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง อย่างไรก็ตามในรอบ 10 ปีที่ผ่านมานั้นมีจำนวนกว่า 30% ของจำนวน Thematic funds ในสหรัฐถูกปิดหรือเลิกกองทุนไป และมีเพียง 36% เท่านั้นของ Thematic funds ที่สร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าเกณฑ์ Morningstar Global Markets Index ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโอกาสที่นักลงทุนจะเลือกกองลงทุนได้ถูกต้องนั้นอาจมีไม่มากแต่หากเลือกกองลงทุนได้ถูกต้อง ผลตอบแทนที่ได้รับก็สูงมากเช่นกัน



จำเป็นต้องมี Thematic funds หรือไม่

เนื่องจาก Thematic funds แต่ละกองมีการกระจายกลุ่มการลงทุนที่น้อย เน้นลงทุนตาม Theme จึงมีความเสี่ยงที่สูง ทำให้เหมาะสำหรับใช้เพื่อเสริมหรือเติมเต็มพอร์ตการลงทุนปัจจุบัน เพื่อเป็นการกระจายการลงทุนและลดความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนโดยรวมลง และคาดหวังต่อผลตอบแทนที่สูงขึ้นในอนาคตจากการลงทุนใน Theme ต่าง ๆ เช่น ลงทุนใน  Alternative energy funds เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้าน Carbon risk จากการลงทุนในพอร์ตที่เดิมเน้นแต่กลุ่มพลังงานเป็นหลัก แต่สิ่งสำคัญคือนักลงทุนควรจะทำความเข้าใจความเสี่ยงและผลตอบแทนให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน


ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

เพื่อเป็นการลงทุนในหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต Thematic funds จึงมักลงทุนในหุ้นที่มีขนาดเล็กซึ่งมักจะมีส่วนต่างกำไรที่มากเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าที่ควรจะเป็นและราคาในตลาด อย่างไรก็ตามหุ้นเหล่านี้มักมีสภาพคล่องในการซื้อขายที่ต่ำไปด้วย การซื้อขายในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็อาจทำให้ต้นทุนในการลงทุนสูงขึ้นได้



การเติบโตที่มากขึ้นของจำนวน Thematic funds และ Thematic exchange-traded funds ขณะที่ตัวเลือกที่กองทุนเหล่านี้ไปลงทุนยังมีไม่สูงมาก ยิ่งทำให้การลงทุนส่วนใหญ่ของ Thematic funds กระจุกตัวเป็นจำนวนมากในบางบริษัท อย่างเช่น 3D printing firm ที่ชื่อว่า Stratasys SSYS ที่มีสัดส่วนในผู้ถือหุ้นของบริษัทเกือบ 1 ใน 4 มาจากการลงทุนของ Thematic funds โดยเฉพาะ The ARK Innovation ETF ARKK ที่ลงทุนอยู่ในบริษัทดังกล่าวด้วยสัดส่วนสูงถึง 22% ของ free float บริษัท




ด้วยสภาพคล่องที่ต่ำทำให้ต้นทุนในการซื้อขายหลักทรัพย์เหล่านี้เพิ่มขึ้นได้ และอาจส่งต่อไปยังต้นทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนเหล่านี้แทน หรือกรณีที่กองทุนถูกไถ่ถอนเงินออกเป็นจำนวนมากทำให้ต้องรีบขายสินทรัพย์ที่ลงทุนอยู่เพื่อคืนเงินให้แก่ผู้ถือหน่วย แต่ด้วยสภาพคล่องที่ต่ำจึงอาจต้องใช้เวลาในการขายสินทรัพย์หรือขายได้ในราคาที่ไม่ดีนัก ดังนั้น หากคิดจะลงทุนในกองทุนประเภทนี้ก็ควรศึกษาเรื่องสภาพคล่องและหลักทรัพย์ที่กองทุนเข้าลงทุนด้วยว่ามีสภาพคล่องเพียงพอหรือไม่


แหล่งที่มา บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด 

Related keywords:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง