WEALTH • GOLD

ภาวะการจ้างงานของสหรัฐที่ย่ำแย่ อาจส่งผลให้ราคาทองแกว่งตัว

สภาวะตลาดวันที่ 02 เมษายน 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,581.17 - 1,600.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 24,850 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 24,900 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFJ20 อยู่ที่ 24,920 บาท ปรับตัวลดลง 10 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 24,930 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,579.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,579.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.38 น. ของวันที่ 02/04/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 3 เมษายน 2020 รายงานการจ้างงานแห่งชาติของ ADP แสดงว่า การจ้างงานภาคเอกชนลดลงเพียง 27,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม น้อยกว่าคาดการณ์ว่าการจ้างงานภาคเอกชนลดลงถึง 150,000 ตำแหน่ง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐปรับลงน้อยกว่าที่คาดในเดือน มี.ค. ข้อมูลดังกล่าว หนุนดอลลาร์ปรับตัวขึ้น เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน นอกจากนี้ดอลลาร์รักษาแรงบวกเนื่องจากนักลงทุนเข้าถือครองดอลลาร์ เพราะการระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดภาวะติดขัดครั้งใหญ่ในด้านการค้าโลก โดยไวรัสได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในประเทศตลาดเกิดใหม่หลายแห่ง ซึ่งบางแห่งนักลงทุนวิตกว่า อาจจะประสบความยากลำบากในการควบคุมไวรัส อันเป็นผลจากความสามารถทางการแพทย์ที่จำกัดและสุขภาพอนามัยที่เปราะบาง  จนสร้างแรงขายกลับมากดดันสินทรัพย์ต่าง ๆ รวมทั้ง ทองคำ อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์อยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดรอบหลายปีของเมื่อเดือนที่แล้ว ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะอัดฉีดดอลลาร์มากขึ้นเข้าสู่ระบบ นักลงทุนประเมินว่า เฟดต้องการทำทุกอย่างที่สามารถเพื่อรับประกันสภาพคล่องดอลลาร์ ซึ่งสร้างแรงกดดันช่วงขาลงต่อดอลลาร์  ส่งผลให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงไม่มาก ทั้งนี้ เฟด ประกาศผ่อนปรนข้อกำหนดในการสำรองเงินทุนชั่วคราวให้กับธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐ โดยหวังที่จะให้ธนาคารเหล่านี้เพิ่มการปล่อยกู้ให้กับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะที่นายเอริค โรเซนเกรน ประธานเฟดสาขาบอสตัน คาดการณ์ว่าอัตราการว่างงานจะปรับขึ้นอย่างมาก เขามีความสนใจอย่างต่อเนื่องต่อสภาวะที่ย่ำแย่ของพนักงานที่ถูกปลด และคาดการณ์ว่า “อัตราการว่างงานจะปรับขึ้นอย่างมาก"  ท่าทีดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนจับตารายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมี.ค.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ ซึ่งมีการคาดว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรจะลดลง 100,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. และ คาดว่าอัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.8% ปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้ราคาเกิดการแกว่งตัวผันผวนได้เช่นกัน ทั้งนี้ ในระยะสั้นหากราคาทองคำปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านโซน 1,602-1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำมีแนวโน้มอ่อนตัวทดสอบแนวรับในโซน 1,561-1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำอาจมีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 1,602-1,608  ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,566-1,561  ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,561 (24,400บาท)             1,547 (24,150บาท)                  1,535 (23,950บาท)             

แนวต้าน         1,608 (25,100บาท)             1,626 (25,400บาท)                  1,637 (25,550บาท)            

              

GOLD FUTURES (GFJ20)

แนวรับ            1,561 (24,470บาท)             1,547 (24,250บาท)                  1,535 (24,060บาท)             

แนวต้าน         1,608 (25,210บาท)             1,626 (25,490บาท)                  1,637 (25,660บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,551 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,537 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,525 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,598 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,616 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,627 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

Related keywords:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง