WEALTH • GOLD

ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย อาจกดดันราคาทอง แนะลงทุนระยะสั้น

สภาวะตลาดวันที่ 07 เมษายน 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,642.68 - 1,678.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 25,250 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,300 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFJ20 อยู่ที่ 25,720 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 270 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,450 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,657.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 43.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,613.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.43 น. ของวันที่ 07/04/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 8 เมษยายน 2020 ผู้ว่าการรัฐ นิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์ และ หลุยส์เซียนา บ่งชี้ถึงสัญญาณเบื้องต้นว่า การระบาดของโควิด-19 อาจเริ่มทรงตัวในรัฐของพวกเขา เมื่ออัตราการเพิ่มขึ้นและการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลกำลังชะลอตัว ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะเป็นสัญญาณว่า จุดสูงสุดกำลังมาถึงในจุดศูนย์กลางของการระบาดของ 3 รัฐ ดังกล่าวในสหรัฐ ประเด็นดังกล่าว ลดความกังวลเรื่องโรคระบาดที่อาจทวีความรุนแรงมากขึ้น จนกระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่สินทรัพย์ต่าง ๆ รวมทั้งทองคำ ทั้งนี้ ดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ในต้นสัปดาห์นี้ หลังจากดัชนี S&P500 ใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดแม้แต่หลังจากดัชนีความผันผวนลดลง แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงในระดับเดี่ยวกับวิกฤตการณ์การเงินปี 2007-2008 เนื่องจากนักลงทุนหลายรายมองหาสัญญาณการแตะจุดสูงสุดในการระบาดของโควิด-19 ที่ชัดเจนมากกว่านี้ ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายเตือนถึงความผันผวนเมื่อพิจารณาถึงสภาวะที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ของไวรัสดังกล่าว นอกจากนี้หลายประเทศประกาศปิดเมือง จำกัดการเดินทางของประชาชน งดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ระงับการเดินทาง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การรับมอบส่งมองในตลาดทองคำแท่งยังคงเผชิญกับอุปสรรค ประกอบกับ คาดการณ์ถึงภาวะที่จะเป็นการหดตัวทางเศรษฐกิจครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่โลกเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 แนวโน้มสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ที่เปราะบางบางสกุล ถูกกดดันอย่างหนัก ขณะที่ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่ระดับสูง, อันดับเครดิตที่ต่ำ และทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่จำกัด ทำให้มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการไหลออกของเงินทุน เมื่อหลายประเทศประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น ความกังวลดังกล่าว กระตุ้นให้นักลงทุนเลือกที่จะถือครองเงินสดเพิ่มขึ้น ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัยชั้นนำของโลก อาจปรับตัวแข็งค่าขึ้นอีกจนกลับมาสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำได้อีกครั้ง หากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยชัดเจนมากขึ้น  ทั้งนี้ หลังจากราคาปรับตัวขึ้นมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามา เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่า หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับระดับ 1,652-1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำจะขยับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านใน 1,679-1,689 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้น โดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,652-1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเน้นการทำกำไรระยะสั้น เนื่องจากราคาปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปบริเวณแนวต้าน 1,679-1,689 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง ซึ่งหากราคาหลุดแนวรับแรก ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,646 (25,500บาท)             1,626 (25,200บาท)                  1,607 (24,900บาท)             

แนวต้าน         1,689 (26,200บาท)              1,703 (26,400บาท)                 1,723 (26,700บาท)      


GOLD FUTURES (GFJ20)

แนวรับ            1,646 (25,580บาท)             1,626 (25,270บาท)                  1,607 (24,970บาท)             

แนวต้าน         1,689 (26,250บาท)              1,703 (26,470บาท)                 1,723 (26,780บาท)          


GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,648 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,628 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,609 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,691 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,705 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,725 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Related keywords:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง