WEALTH • GOLD

ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่สร้างความกังวล บั่นทอนแรงบวกราคาทอง

สภาวะตลาดวันที่ 08 เมษายน 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,639.29 - 1,657.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 25,400 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,300 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFJ20 อยู่ที่ 25,730 บาท ปรับตัวลดลง 60 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,790 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,651.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 6.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,658.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.33 น. ของวันที่ 08/04/2020)

 

ด้านแนวโน้มวันที่ 09 เมษายน 2020 ทางการจีนรายงานในวันพุธว่า ยอดผู้ติดโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้น 2 เท่า จากวันก่อนหน้า ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศพุ่งขึ้น และผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ไม่มีอาการเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า ขณะที่เมืองอู่ฮั่นในมณฑลหูเป่ยของจีนกำลังเริ่มยกเลิกคำสั่งห้ามการเดินทางแล้วในวันพุธนี้ หลังจากที่ใช้มาตรการล็อกดาวน์มาเป็นเวลาเกือบ 11 สัปดาห์ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัส แต่ประเด็นยอดผู้ติดโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้น สร้างความกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อระลอก 2 ทั้งนี้ การระบาดของไวรัสส่งผลกระทบเศรษฐกิจจีนอย่างชัดเจน โดยสำนักงานปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน (SAFE) เปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีน ณ สิ้นเดือนมี.ค.ลดลง 4.73 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 1.5% จากช่วงต้นปี 2020 อยู่ที่ระดับ 3.0606 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น การประเมินรายสัปดาห์ของศูนย์ Imperial College London (MRC) เพื่อการวิเคราะห์โรคติดเชื้อทั่วโลกระบุว่า การระบาดของโควิด-19 จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสหรัฐ, ญี่ปุ่น, เยอรมนี, ฝรั่งเศส และอังกฤษ ขณะที่การประชุมของรัฐมนตรีคลังยูโรโซน (Eurogroup) สิ้นสุดลง หลังการเจรจา 16 ชั่วโมง โดยปราศจากข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของยูโรโซนสามารถฝ่าฟันการระบาดของโควิด-19 ทางด้านนายมาริโอ เซนเทโน ผู้นำกลุ่ม "Eurogroup" ระบุทางทวิตเตอร์ว่า บรรดารัฐมนตรี "ใกล้บรรลุข้อตกลง แต่เรายังไปไม่ถึงจุดนั้น" เขาระบุว่า การเจรจาจะดำเนินต่อไปในวันพฤหัสบดี ความเสี่ยงดังกล่าว หนุนดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้น เมื่อความวิตกต่อการระบาดของไวรัสยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ตลาดวิตกเกี่ยวกับระดับของผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กำลังเริ่มปรากฏออกมาในตัวเลข ซึ่งกระตุ้นนักลงทุนกลับเข้าถือครองสกุลเงินปลอดภัยอย่างดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งบั่นทอนแรงบวกของราคาทองคำ และการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ จากความหวังที่ว่า วิกฤติโควิด-19 ในหลายประเทศกำลังผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีท่าทีที่ระมัดระวังมากขึ้นกับความคาดหวังที่มีต่อการเจรจาลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ เมื่อซาอุดิอาระเบีย, รัสเซีย และพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมัน จะตกลงลดผลผลิตน้ำมันดิบอย่างมากที่การประชุมครั้งนี้ ต่อเมื่อสหรัฐฯ แคนาดา และบราซิลเข้าร่วมการลดกำลังการผลิตในข้อตกลงครั้งนี้ โดยแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ยังคงเน้นการลงทุนระยะสั้นและทำกำไรจากการแกว่งตัวของราคาทองคำ โดยบริเวณ 1,668-1,689 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวต้าน หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ มีโอกาสที่ราคาจะขึ้นทดสอบแนวต้านด้านบน แต่หากไม่สามารถยืนได้ ราคาก็มีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,635-1,629 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้น โดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,635-1,629 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรก ซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,668 หรือ 1,689 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้ อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,629 (25,250บาท)             1,607 (24,900บาท)                  1,594 (24,700บาท)             

แนวต้าน         1,668 (25,900บาท)              1,689 (26,200บาท)                 1,703 (26,450บาท)            

 

GOLD FUTURES (GFJ20)

แนวรับ            1,629 (25,400บาท)             1,607 (25,050บาท)                  1,594 (24,850บาท)             

แนวต้าน         1,668 (26,010บาท)              1,689 (26,330บาท)                 1,703 (26,550บาท)

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,630 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,595 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,669 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,704 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Related keywords:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง