WEALTH • GOLD

โอกาสราคาน้ำมันดิบปรับลดลงต่อ กระตุ้นแรงซื้อทองคำ

สภาวะตลาดวันที่ 22 เมษายน 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,678.10 - 1,702.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 25,950 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,850 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFJ20 อยู่ที่ 26,170 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 220 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,950 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,701.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,680.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.49 น. ของวันที่ 22/04/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 23 เมษายน 2020 ท่ามกลางการทรุดลงของอุปสงค์น้ำมันดิบจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเอกชนของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) แสดงว่า สต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐพุ่งขึ้น 13.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดในวันที่ 17 เม.ย. ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานส่วนเกิน ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐ ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงกว่า 16% สู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี โดยปรับลงต่ำกว่าระดับ 16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงสั้นๆ ทั้งนี้ นายฟาติห์ ไบรอล ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า การลดการผลิตน้ำมันก่อนเดือนพ.ค.ของโอเปก อาจไม่เพียงพอ โดยจำเป็นต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติมในการปรับสมดุลใหม่ต่อตลาดน้ำมันจากผลของอุปสงค์ที่ปรับลงในปัจจุบัน มุมมองดังกล่าว บ่งชี้ถึงโอกาสที่ราคาน้ำมันดิบอาจปรับลดต่อ ซึ่งกดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นน้ำมันและผลิตภัณฑ์ถ่านหิน นอกจากนี้ มีข้อมูลบ่งชี้ว่า บริษัทเทรดเดอร์น้ำมันขนาดในเอเชียมีปัญหาทางการเงินหลังราคาน้ำมันทรุดหนัก ซึ่งรวมถึงบริษัทฮินเหลียง ซึ่งเป็นเทรดเดอร์รายใหญ่ของสิงคโปร์ ธนาคารหลายแห่งคุมเข้มการให้สินเชื่อและได้เพิ่มการตรวจสอบเงินกู้ในปัจจุบันที่ให้กับบริษัทเทรดดิ่งน้ำมันต่างๆ แม้ว่าประเด็นดังกล่าว จะกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ก็หนุนให้ ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจนเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน จึงทำให้มีแรงขายทองคำออกมาเมื่อราคาปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม แนะนำ นักลงทุนติดตาม การเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานประจำสัปดาห์ของสหรัฐ หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้าตัวเลขแตะ 22 ล้านคน ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังบริษัทต่างๆออกมาตรการประหยัดต้นทุนอย่างเข้มข้นเพื่อเอาตัวรอดในช่วงวิกฤต ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่วันพฤหัสบดี การจ้างงานมีแนวโน้มร่วงสู่ระดับยุคเศรษฐกิจถดถอยซึ่งจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำได้เช่นกัน ทั้งนี้ การลงทุนในช่วงเวลานี้ต้องเน้นไปที่การเก็งกำไรระยะสั้น ในขณะที่หากต้องการเปิดสถานะขายทองคำให้รอจังหวะราคาดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,703-1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่สำหรับนักลงทุนที่ไม่มีการถือครองทองคำไว้ และหากสามารถรับความเสี่ยงได้ไม่มากอาจซื้อปิดสถานะบางส่วนเมื่อราคาย่อตัวลง

กลยุทธ์การลงทุน  ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้นโซน 1,703-1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ ราคาทองคำอาจมีการปรับตัวลดลง โดยความผันผวนของราคาและการแกว่งตัวของราคาอาจเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา โดยให้เน้นไปที่การลงทุนระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,657 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับต่ำสุดของวันก่อนหน้า) โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,642 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเมื่อราคามีการปรับตัวสูงขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,703-1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้างเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากราคายืนเหนือแนวต้านได้มั่นคงสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อเพื่อทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,739 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,657 (25,400บาท)             1,642 (25,150บาท)                  1,620 (24,800บาท)             

แนวต้าน          1,716 (26,300บาท)             1,739 (26,650บาท)                 1,754 (26,900บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง (96.50%) เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี ไม่ได้อ้างอิงจากราคาประกาศของสมาคมค้าทองคำ

 

GOLD FUTURES (GFJ20)

แนวรับ            1,657 (25,550บาท)             1,642 (25,320บาท)                  1,620 (24,980บาท)             

แนวต้าน          1,716 (26,460บาท)             1,739 (26,820บาท)                 1,754 (27,050บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,661 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,624 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,743 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,758 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Related keywords:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง