WEALTH • GOLD

โควิด-19 ยังบั่นทอนความเชื่อมั่น อาจเกิดแรงขายทองสลับทำกำไร

สภาวะตลาดวันที่ 23 เมษายน 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,705.40 - 1,728.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 26,250 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 250 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,000 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFJ20 อยู่ที่ 26,550 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 370 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,180 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,732.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,708.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.51 น. ของวันที่ 23/04/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 24 เมษายน 2020 รัฐบาลสหรัฐกำลังจัดสรรเงิน 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ในการสนับสนุนโดยตรงต่อเศรษฐกิจเพื่อช่วยให้ธุรกิจคงอยู่ได้ หลังจากที่โครงการปกป้องค่าจ้าง (PPP) ได้รับเงินสนับสนุนเพิ่ม เขาหวังว่า มาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมจะไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก นอกจากนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กำลังหารือกับหลายประเทศเกี่ยวกับการใช้เงินกู้ที่อนุมัติ โดยสภาพคล่องระยะสั้นครั้งใหม่ของ IMF อาจแตะ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารของ IMF เบื้องต้นคาดว่ามี 10-20 ประเทศที่จะมีคุณสมบัติในการใช้มาตรการดังกล่าว ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังพิจารณาขยายนโยบายผ่อนคลายการเงินขึ้นอีกด้วยการเพิ่มหุ้นกู้เป้าหมายและซื้อตราสารหนี้เอกชนระยะสั้น และ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตกลงที่จะยอมรับหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อให้ช่วยเหลือธนาคารต่างๆ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกสำหรับยูโร แนวโน้มดังกล่าวบ่งชี้ว่า กำลังมีเม็ดเงินจำนวนมากถูกอัดฉัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งอาจมีเม็ดเงินบางส่วนไหลเข้าสู่ตลาดทองคำ นอกจากนี้ ข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือยังคงแพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง รายงานต่างๆบ่งชี้ว่า น้องสาวของเขาอาจเตรียมก้าวขึ้นกุมอำนาจในเกาหลีเหนือแทนในกรณีที่บางสิ่งเกิดขึ้นกับพี่ชายของเธอ ความผัวผวนทางการในเกาหลีเหนือเพื่อความเสี่ยงบริเวณคาบสมุทรเกาหลีให้เพิ่มสูงขึ้น  อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมันจาก GfK แตะระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ในช่วงเข้าสู่เดือนพ.ค. ขณะที่การระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุมการระบาดบั่นทอนความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้ซื้อสินค้ากิจกรรมเศรษฐกิจในยูโรโซนเกือบจะหยุดนิ่งในเดือนนี้ ขณะที่โควิด-19 ระบาดทั่วโลกทำให้รัฐบาลต่างๆต้องออกมาตรการล็อกดาวน์และบริษัทต่างๆต้องปิดธุรกิจ แนวโน้มดังกล่าว สร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินยูโร และอาจสร้างแรงขายทำกำไรสลับเข้าสู่ตลาดทองคำได้เช่นกัน แนะนำนักลงทุนติดตามพัฒนาการของปัจจัยข้างต้น เพื่อใช้ชี้นำราคาทองคำเพิ่มเติม โดยหากเกิดแรงขายออกมาจนราคาปรับตัวขึ้นไปไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1,730-1,739 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หากแรงซื้อไม่มากพอก็อาจมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเหมือนเช่นเคย

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือบริเวณแนวต้าน 1,730-1,739 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในระยะสั้นราคาทองคำยังมีโอกาสขยับลงทดสอบแนวรับ โดยบริเวณนี้นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรหากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าว โดยราคาอาจจะมีการอ่อนตัวลงอีกครั้ง โดยนักลงทุนที่รอซื้อทองคำอาจรอดูการตั้งฐานของราคาโดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,705-1,692 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัวของราคา ขณะที่บริเวณแนวต้านดังกล่าวหากราคายืนได้แข็งแกร่งแนวโน้มราคาทองคำจะเป็นบวกเพิ่ม-ขึ้น


ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,705 (26,050บาท)             1,692 (25,850บาท)                  1,678 (25,650บาท)             

แนวต้าน          1,739 (26,600บาท)             1,754 (26,850บาท)                 1,769 (27,050บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง (96.50%) เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี ไม่ได้อ้างอิงจากราคาประกาศของสมาคมค้าทองคำ

 

GOLD FUTURES (GFJ20)

แนวรับ            1,705 (26,240บาท)             1,692 (26,040บาท)                  1,678 (25,830บาท)             

แนวต้าน          1,739 (26,770บาท)             1,754 (27,000บาท)                 1,769 (27,230บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,712 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,699 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,746 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,761 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,776 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Related keywords:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง