WEALTH BEING • GOLD

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยพยุงราคาทอง

สภาวะตลาดวันที่ 01 เมษายน 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,566.53 - 1,601.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 24,900 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 24,950 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFJ20 อยู่ที่ 24,990 บาท ปรับตัวลดลง 90 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,080 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,576.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 20.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,596.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.34 น. ของวันที่ 01/04/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 2 เมษายน 2020 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐระบุว่าสหรัฐอาจยังไม่เผชิญความเลวร้ายที่สุดของการระบาดของโควิด-19 และระบุว่า 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าอาจเป็นช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดอย่างยิ่งยวด มุมมองดังกล่าวเพิ่มแนวโน้มเชิงลบและสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะที่นิวยอร์กกลายเป็นจุดศูนย์กลางการระบาดใหม่ของโลกโดยมีผู้ติดเชื้อ มากกว่าผู้ติดเชื้อในมณฑลหูเป่ยของประเทศจีน แนวโน้มดังกล่าวนับว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่ว่ารัฐนิวยอร์กมีประชากรประมาณ 20 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในสามของมณฑลหูเป่ยซึ่งมีประชากรประมาณ 60 ล้านคน ทั้งนี้ โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐจะลดลง 9% ในไตรมาส 1 และทรุดตัว 34% ในไตรมาส 2 นอกจากนี้ บริษัท S&P Global Ratings คาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจะถูกกดดันสู่ระดับ 0.4% ในปี 2020 และคาดถึงการฟื้นตัวสู่ 4.9% ในปี 2021 ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก่อให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่ว ในตลาดเงิน ตลาดทุน รวมทั้งตลาดทองคำ อย่างไรก็ตาม ความพยายามออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้สร้างแรงซื้อเข้ามาพยุงสินทรัพย์ต่างๆ รวมทั้งราคาทองคำไว้ ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศข้อตกลงซื้อคืนพันธบัตรสำหรับหน่วยงานด้านการเงินต่างชาติและระหว่างประเทศ (FIMA Repo Facility) เพื่อเสริมสภาพคล่องในระบบการเงินทั่วโลก โดยอนุญาตให้ธนาคารเหล่านั้นสามารถแลกเปลี่ยนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐสำหรับเงินกู้สกุลดอลลาร์ข้ามคืน โดยจัดหาแหล่งดอลลาร์ทางเลือกชั่วคราวแทนการขายหลักทรัพย์ต่างๆในตลาดเปิด" ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.และดำเนินไปเป็นเวลาอย่างน้อยที่สุด 6 เดือน จะอนุญาตให้ธนาคารกลางต่างชาติและหน่วยงานด้านการเงินระหว่างประเทศอื่นๆ ที่มีบัญชีอยู่กับเฟดสาขานิวยอร์กนั้น สามารถนำพันธบัตรสหรัฐที่ถือครองอยู่มาแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดอลลาร์จากเฟด อุปทานในสกุลเงินดอลลาร์ที่เพิ่มสูงขึ้นกลับมากดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง จนกลับมาพยุงราคาทองคำเพิ่ม ซึ่งตลาดทองคำยังคงมีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์ เบื้องต้น ประเมินว่า เกิดแรงซื้อระยะสั้นดันราคาทองคำขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,594 หรือ 1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าไม่สามารถผ่านไปได้ ราคาทองคำอาจอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1,561-1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า สำหรับผู้ที่มีทองคำในมือ แนะนำให้ขายเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,594-1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (สถานะขายตัดขาดทุนหากผ่านแนวต้าน 1,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และให้รอเข้าซื้อทำกำไรระยะสั้นเมื่อราคาอ่อนตัวลงบริเวณแนวรับ ทั้งนี้ นักลงทุนควรตั้งจุดทำกำไรและตัดขาดทุน เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่ไม่มีทองคำในมือ หากรับความเสี่ยงได้สูง รอเข้าซื้อทำกำไรเมื่อราคาอ่อนตัวลงบริเวณแนวรับ 1,561-1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปขายเล่นสั้นเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยสถานะซื้อตัวขาดทุนหากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวรับ 1,547 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,561 (24,400บาท)             1,547 (24,150บาท)            1,535 (24,000บาท)           

แนวต้าน         1,594 (24,950บาท)             1,608 (25,150บาท)             1,626 (25,450บาท)            

              

GOLD FUTURES (GFJ20)

แนวรับ            1,561 (24,470บาท)             1,547 (24,250บาท)            1,535 (24,060บาท)           

แนวต้าน         1,594 (25,000บาท)             1,608 (25,210บาท)             1,626 (25,500บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,544 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,530 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,577 ดอลลาร์ต่อออนซ์            1,591 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,609 ดอลลาร์ต่อออนซ์