WEALTH BEING • GOLD

ราคาทองมีแนวโน้มเคลื่อนไหวกรอบ แนะติดตามสถานณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิด

สภาวะตลาดวันที่ 08 พฤษภาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,709.60 - 1,720.77 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 26,150 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 200 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,950 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFM20 อยู่ที่ 26,420 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 280 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,140 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,721.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,695.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.42 น. ของวันที่ 08/05/2020)

 

ด้านแนวโน้มวันที่ 11 พฤษภาคม 2020 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน เพื่อตอบโต้จีนจากกรณีการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอาจกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง แม้ว่าประเด็นดังกล่าว จะหนุนให้ราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยปรับตัวขึ้น แต่ประเด็นที่ ปธน.ทรัมป์ จับตาอย่างใกล้ชิดภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ว่า จีนจะปฏิบัติตามข้อตกลงหรือไม่ในการเพิ่มคำสั่งซื้อสินค้าของสหรัฐ  ขณะที่ผู้แทนการค้าระดับสูงของสหรัฐและจีน โดย รองนายกรัฐมนตรีหลิว เหอของจีน, นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ หารือทางโทรศัพท์เกี่ยวกับข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 โดยเห็นพ้องที่จะปรับปรุงบรรยากาศสำหรับการบังคับใช้ข้อตกลงและสหรัฐระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายคาดว่าจะมีการปฏิบัติตามพันธสัญญาแม้ว่าเกิดภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพทั่วโลกในปัจจุบัน ทั้ง 2 ประเทศคาดหวังอย่างเต็มที่ที่จะปฏิบัติตามพันธสัญญาภายใต้ข้อตกลงในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งการเจรจาด้วยดีของทั้ง 2 ฝ่าย ลดความตึงเครียดทางการค้าและสร้างแรงขายทำกำไรทองคำออกมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการส่งออกของจีนปรับขึ้นแบบไม่คาดหมายในเดือนเม.ย.เป็นครั้งแรกในปีนี้เนื่องจากโรงงานต่างๆเร่งชดเชยความสูญเสียของยอดขายจากผลพวงของการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยตัวเลขเกินดุลการค้าของจีนต่อสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความตึงเครียดทางการค้าของสหรัฐ-จีน ทั้งนี้ นายอเล็กซานเดอร์ เทรเวส จาก JPMorgan Asset Management กล่าวต่อสถานีโทรทัศน์ CNBC โดยเตือนถึงความเสี่ยงจากความขัดแย้งสหรัฐ-จีน หากสหรัฐเริ่มอ้างว่าตัวเลขการส่งออกที่แสดงว่าจีนได้ประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งสหรัฐจะมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะพร้อมดำเนินการอย่างแข็งกร้าวมากขึ้นด้านการค้า ขณะที่ ปธน.ทรัมป์ ประกาศจะกลับมาเดินสายทั่วประเทศอีกครั้ง และหวังจะจัดการรณรงค์หาเสียงแบบดุดันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในสัปดาห์หน้าเขาจะเดินทางไปยังรัฐแอริโซนา ซึ่งจะเป็นการเดินทางในประเทศครั้งแรก นับตั้งแต่การระบาดของไวรัสโควิด-19 ประเด็นดังกล่าว สร้างแรงซื้อพยุงราคาทองคำไว้ วายแอลจีเชื่อว่าราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวกรอบ บริเวณแนวต้าน 1,726-1,728  ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวต้านสำคัญ หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้มีโอกาสที่ราคาจะอ่อนตัวลงทดสอบแนวรับระยะสั้น แต่หากบริเวณ 1,706-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ยังรับไว้ได้ประเมินว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตามนักลงทุนจะเห็นว่ากระแสข่าวต่างๆมีนัยสำคัญกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ทำให้วายแอลจีแนะนำว่าควรติดตามกระแสข่าวอย่างใกล้ชิดควบคู่ไปกับการจำกัดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำในระยะสั้นยังเคลื่อนไหวแบบ Sideway ซึ่งบริเวณแนวต้าน 1,726-1,728 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้อาจโดนแรงขายออกมาซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวัง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมา ไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไรระยะสั้น โดยเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,706-1,703 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,703 (26,000บาท)             1,690 (25,800บาท)                  1,675 (25,550บาท)             

แนวต้าน          1,728 (26,400บาท)             1,739 (26,600บาท)                 1,747 (26,700บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFM20)

แนวรับ            1,703 (26,180บาท)             1,690 (25,990บาท)                  1,675 (25,760บาท)             

แนวต้าน          1,728 (26,570บาท)             1,739 (26,740บาท)                 1,747 (26,860บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,706 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,693 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,678 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,731 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,742 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์