WEALTH BEING • GOLD

แนะให้ชะลอการลงทุน หากราคาทองหลุดแนวรับ 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สภาวะตลาดวันที่ 11 พฤษภาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,699.71 - 1,712.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 25,950 บาทต่อบาททองคำ ทรงตัวจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,950บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFM20 อยู่ที่ 26,120 บาท ปรับตัวลดลง 20 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,140 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,708.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 0.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,709.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.08 น. ของวันที่ 11/05/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 12 พฤษภาคม 2020 Gilead Sciences Inc ให้พันธสัญญาว่า จะจัดหายา "Remdesivir" ประมาณ 607,000 ขวดในช่วง 6 สัปดาห์ข้างหน้าในสหรัฐ เมื่อกระทรวงสุขภาพและบริการประชาชนของสหรัฐ (HHS) ระบุว่า จะอนุญาตให้กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐแจกจ่ายยา "Remdesivir" เพื่อสู้โควิด-19 และสหรัฐจะได้รับประมาณ 40% ของการบริจาคยาทั่วโลกของบริษัทผลิตยาแห่งนี้ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นอนุมัติการใช้ยาต้านไวรัส "Remdesivir" และ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า วางแผนที่จะเจรจากับบริษัทดังกล่าวและรัฐบาลสหรัฐเกี่ยวกับวิธีการที่จะสามารถใช้ยาดังกล่าวในวงกว้างมากขึ้น ความหวังเพิ่มมากขึ้น เมื่อแนวโน้มยาต้านไวรัสมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่การดำเนินการของสหรัฐและประเทศอื่นๆในการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง รัฐแคลิฟอร์เนีย, มิชิแกน และโอไฮโอ ซึ่งเป็น 3 รัฐที่สำคัญสำหรับการผลิตของสหรัฐ กำลังดำเนินการเพื่ออนุญาตให้โรงงานและธุรกิจบางส่วนเริ่มการดำเนินการอีกครั้ง ร่วมทั้งทัศนะบวกสำหรับตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข่าวว่าผู้แทนการค้าสหรัฐและจีนได้หารือกันเรื่องข้อตกลงการค้าระยะที่ 1 ซึ่งจีนระบุว่าพวกเขาเห็นพ้องกันในการพัฒนาบรรยากาศสำหรับการปฏิบัติการตามข้อตกลงซึ่งเป็นแรงหนุนต่อความเชื่อมั่น จนสร้างความหวังการฟื้นตัวทั่วโลกเร็วขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงที่เกิดจากวิกฤติสุขภาพโควิด-19 แนวโน้มดังกล่าว กลับมากระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากถูกเทขายออกมานับตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค. ดัชนี Nasdaq หักล้างความสูญเสียทั้งหมดของปี 2020 และเคลื่อนตัวเข้าสู่แดนบวกสำหรับปีนี้ ทั้งนี้ แนะนำติดตาม ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเม.ย. ซึ่งจะบ่งชี้ถึงทิศทางอัตราเงินเฟ้อ หลังจาก ดัชนี CPI ของสหรัฐร่วงมากที่สุดในรอบกว่า 5 ปีในเดือนมี.ค. และมีแนวโน้มลดลงเพิ่มเติม เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 บั่นทอนอุปสงค์สำหรับสินค้าและบริการบางส่วน ซึ่งชดเชยการเพิ่มขึ้นของราคาที่เกี่ยวข้องกับการขาดแคลนจากภาวะติดขัดด้านห่วงโซ่อุปทาน เบื้องต้นมีมุมมองต่อราคาทองคำว่า ในขณะนี้ราคาทองคำพยายามขึ้นทดสอบแนวต้าน หากราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านโซน 1,717-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ ก็จะเห็นการย่อตัวของราคากลับลงมาบริเวณแนวรับ 1,690-1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำการลงทุนในลักษณะรอจังหวะซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,717-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมา โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาน่ากลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ต้องระมัดระวังแรงขายที่ออกมา อาจทำให้ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับถัดไปบริเวณ 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับต่ำสุดของสัปดาห์ที่ผ่านมา) สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือรอดูบริเวณ 1,690-1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคงถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะสั้นอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,690 (25,700บาท)             1,680 (25,550บาท)                  1,668 (25,350บาท)             

แนวต้าน          1,723 (26,250บาท)             1,739 (26,500บาท)                 1,747 (26,600บาท)             

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFM20)

แนวรับ            1,690 (25,890บาท)             1,680 (25,740บาท)                  1,668 (25,560บาท)             

แนวต้าน          1,723 (26,400บาท)             1,739 (26,640บาท)                 1,747 (26,760บาท)

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,694 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,684 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,672 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,727 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,743 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,751 ดอลลาร์ต่อออนซ์