WEALTH BEING • GOLD

อาจเกิดแรงกดดันราคาทองคำแนะเก็งกำไรระยะสั้น

สภาวะตลาดวันที่ 13 พฤษภาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,697.40 - 1,706.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 25,900 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,950 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFM20 อยู่ที่ 26,020 บาท ปรับตัวลดลง 70 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,090 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,705.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 4.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,710.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.28 น. ของวันที่ 13/05/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 14 พฤษภาคม 2020 กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ราคาที่ผู้บริโภคสหรัฐจ่ายสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคทะยานขึ้น 2.6% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปี 1974  ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคดังกล่าวสวนทางอย่างมากกับแนวโน้มราคาสินค้าในวงกว้างของสหรัฐซึ่งปรับลง 0.8% ในเดือนเม.ย.และเป็นการปรับลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 แนวโน้มดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งบริษัทบางแห่งระงับการแสดงการคาดการณ์ผลประกอบการสำหรับปีธุรกิจปัจจุบันจากผลพวงของความไม่แน่นอนของการระบาดของโควิด-19 ขณะที่การกลับมาเริ่มต้นธุรกิจเร็วเกินไปในบางรัฐของสหรัฐอาจเพิ่มการติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการรายงานยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ใน 7 มณฑล ของจีนเพิ่มสูงขึ้น หลังจากจีนกลับมาเปิดเมืองให้กลับมาดำเนินธุรกิจอีกครั้ง มณฑล หูเป่ย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เมืองจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน บังคับใช้ข้อจำกัดครั้งใหม่ต่อการเดินทางเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับการติดเชื้อระลอก 2 จนอาจนำไปสู่ มาตรการปิดเมืองที่เข้มงวดอีกครั้ง ซึ่งจะสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ความเสี่ยงดังกล่าว กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ความหวังเกี่ยวกับยาต้านไวรัสโควิด-19 ได้สร้างแรงขายกดดันราคาทองคำไว้ เมื่อ WHO เผยผลทดสอบยาต้านโควิด ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ แม้ว่ายังไม่พบยาที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ยาที่เข้าร่วมในโครงการทดลองระดับโลกดังกล่าว ได้แก่ Remdesivir, ritonavir, Interferon beta-1a และ hydroxychloroquine สามารถลดความรุนแรง หรือ ลดระยะเวลาการติดเชื้อได้  ทั้งนี้ ยา Remdesivir ซึ่งเป็นวัคซีนสำหรับใช้รักษาหรือป้องกันโควิด-19 ของ บริษัท Gilead Sciences ได้รับอนุญาตการใช้สิทธิ์กับบริษัทผลิตยา 5 แห่งเพื่อผลิตยาต้านไวรัส "Remdesivir" ใน 127 ประเทศ ซึ่งไม่รวมสหรัฐส่งผลให้ราคาเคลื่อนไหวในกรอบที่ไม่กว้างมากนัก ทั้งนี้ แนะนำติดตามกระทรวงแรงงานสหรัฐในวันพฤหัสบดี ที่กำลังจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์ที่ผ่านมามีทิศทางเช่นไร หลังจากหลายสัปดาห์ก่อนหน้า การปลดพนักงานในวงกว้างตั้งแต่อุตสาหกรรมการให้บริการไปจนถึงภาคส่วนอื่นๆของเศรษฐกิจและตัวเลขอาจยังคงอยู่ที่ระดับสูง แม้แต่ในขณะที่หลายส่วนของประเทศเริ่มกลับมาเปิดอีกครั้ง แนะนำให้ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นเป็นหลัก ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านในโซน 1,717-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงอีกครั้งหากไม่ผ่านแนวต้านดังกล่าว เนื่องจากในช่วงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำอ่อนตัวลงอย่างชัดเจน

กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่านักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ แนะนำให้รอจังหวะซื้อหากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,695-1,690 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนเหนือแนวรับแรกได้ให้รอซื้อทำกำไรบริเวณแนวรับถัดไปที่ 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรเมื่อราคาทองคำดีดตัวขึ้นและไม่ผ่านแนวต้าน 1,717-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากราคาที่เหวี่ยงตัวในระดับจำกัดจะทำให้นักลงทุนที่ลงทุนมากเกินไปหรือไม่มีแผนในการลงทุนที่ชัดเจนอาจจะได้รับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,690 (25,650บาท)             1,680 (25,500บาท)                  1,668 (25,300บาท)             

แนวต้าน          1,723 (26,150บาท)             1,739 (26,400บาท)                 1,747 (26,550บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFM20)

แนวรับ            1,690 (25,840บาท)             1,680 (25,690บาท)                  1,668 (25,510บาท)             

แนวต้าน          1,723 (26,350บาท)             1,739 (26,590บาท)                 1,747 (26,710บาท)

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,694 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,684 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,672 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,727 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,743 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,751 ดอลลาร์ต่อออนซ์