WEALTH BEING • GOLD

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน กระตุ้นแรงซื้อทองคำ

สภาวะตลาดวันที่ 20 พฤษภาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,741.70 - 1,753.12 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 26,350 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,250 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFM20 อยู่ที่ 26,510 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 140 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,370 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,753.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,740.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.44 น. ของวันที่ 20/05/2020)

 

ด้านแนวโน้มวันที่ 21 พฤษภาคม 2020 สหรัฐได้ออกมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัท Shanghai Saint Logistics Limited ของจีน ดำเนินการในฐานะตัวแทนจำหน่ายทั่วไปสำหรับสายการบิน Mahan Air ซึ่งเป็นสายการบินของประเทศอิหร่าน ที่ถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำในปี 2011 จากประเด็นที่ทางสายการบินสนับสนุนกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน นอกจากนี้  สหรัฐประณามเที่ยวบินสู่ประเทศเวเนซุเอลาของสายการบินอิหร่าน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้มีการอายัดสินทรัพย์ในสหรัฐใดๆของ Shanghai Saint Logistics และห้ามชาวอเมริกันทำธุรกิจกับบริษัทดังกล่าว ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีนกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐจะเริ่มเสนอขายพันธบัตรรัฐบาลอายุ 20 ปี มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ในวันพุธนี้ตามเวลาท้องถิ่นเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ทศวรรษ การจำหน่ายครั้งที่ผ่านมามีขึ้นในปี 1986 และกระทรวงการคลังสหรัฐจะจำหน่ายทั้งหมด 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 3 เดือนข้างหน้า นักลงทุนมีแนวโน้มแห่ซื้อพันธบัตรรัฐบาลดังกล่าว ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลร่วง ซึ่งทำให้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินปรับตัวลดลง จนสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ แต่หากการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลอายุ 20 ปีไม่เป็นไปตามคาดการณ์ก็อาจสร้างแรงขายกลับเข้ามาสู่ตลาดทองคำได้เช่นกัน ทางด้านการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ทางคณะกรรมการ มีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 0.75 เป็นร้อยละ 0.50 ต่อปี โดยให้มีผลทันที เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีแนวโน้มหดตัวกว่าประมาณการเดิมตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่หดตัวรุนแรงกว่าที่คาด และผลกระทบจากมาตรการควบคุม การระบาดทั่วโลก ซึ่งการลดอัตราดอกเบี้ยของไทยเป็นไปตามคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ ระหว่างการแถลงข่าว อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค ซึ่งการแข็งค่าของค่าเงินบาทกลับมาสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม กนง. ได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์เงินบาทที่อาจกลับมาแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงเห็นควรให้ติดตามสถานการณ์ตลาดการเงินและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด ประเมินว่าในระยะสั้นหากราคาทดสอบแนวต้าน 1,752-1,765 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ อาจทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,731-1,724 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสดีดตัวขึ้นอีกครั้ง และหากสามารถผ่านแนวต้านแรกได้ ราคามีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป

 

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำให้ลงทุนระยะสั้น โดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,731-1,724 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในระยะสั้นเพื่อสะสมกำลัง โดยหากมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้านและยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขาย และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,752-1,765 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,724 (26,000บาท)             1,709 (25,750บาท)                  1,690 (25,450บาท)             

แนวต้าน          1,752 (26,400บาท)             1,765 (26,600บาท)                 1,779 (26,850บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFM20)

แนวรับ            1,724 (26,120บาท)             1,709 (25,900บาท)                  1,690 (25,610บาท)             

แนวต้าน          1,752 (26,550บาท)             1,765 (26,750บาท)                 1,779 (26,960บาท)            

   

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,728 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,713 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,694 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,756 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,769 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,783 ดอลลาร์ต่อออนซ์