NEWS UPDATE • RESEARCH

วายแอลจีมองแนวรับสำคัญ 1,720 ดอลลาร์ฯ ระวังราคาทองอ่อนตัวลง

สภาวะตลาดวันที่ 21 พฤษภาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,729.30 - 1,748.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 26,150 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวลดลง 200 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,350 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFM20 อยู่ที่ 26,510 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 140 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,370 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,738.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 15.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,753.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.44 น. ของวันที่ 21/05/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 22 พฤษภาคม 2020 ความหวังเรื่องการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปีนี้เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่สหรัฐและยุโรปฟื้นคืนกิจกรรมเศรษฐกิจของพวกเขา แนวโน้มดังกล่าวหนุนให้ตลาดหุ้นขนาดใหญ่ทั่วโลกฟื้นตัวขึ้น รวมถึงความแข็งแกร่งของตลาดวอลล์สตรีทของสหรัฐหลังการปรับขึ้นครั้งใหญ่ของหุ้นบริษัท Facebook (FB.O) และ Amazon.com Inc (AMZN.O) หนุนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงจนสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ นอกจากนี้ บริษัท Inovio Pharmaceuticals Inc ซึ่งเป็นบริษัทด้านการรักษาด้วยการก่อภูมิคุ้มกัน ระบุว่า การทดลองวัคซีนของทางบริษัทเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ผลิตสารภูมิต้านทานและระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองในหนูและหนูตะเภา ความคืบหน้าดังกล่าวเพิ่มแรงขายกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า วัคซีนโควิด-19 ทั้งหมด 70 ชนิดอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยวัคซีนที่มีความคืบหน้ามากที่สุดในกระบวนการทางการแพทย์คือ วัคซีนทดลองที่ผลิตโดยบริษัท CanSino Biologics Inc ของฮ่องกงและสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพปักกิ่ง ซึ่งอยู่ในระยะที่ 2 ส่วนวัคซีนที่ทดสอบในมนุษย์คือ Inovio Pharmaceuticals Inc ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในช่วงเดือนที่ผ่านมา สหรัฐมีผู้ติดเชื้อเกือบ 1 ใน 3 ของยอดผู้ติดเชื้อ โดยยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกทะลุ 5 ล้านคน ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 1 ศตวรรษ ส่งผลกระทบต่อทุกแง่มุมของวิถีชีวิตสมัยใหม่และบั่นทอนเศรษฐกิจโลก ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงซื้อเข้าพยุงราคาทองคำไว้ ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนติดตามการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ประจำปีของจีนจะเริ่มขึ้นในวันศุกร์ที่ 22 พ.ค. ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยบั่นทอนอุปสงค์สำหรับผลิตภัณฑ์จีน ขณะที่ความตึงเครียดที่เลวร้ายลงกับสหรัฐสร้างความไม่แน่ใจเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าระหว่าง 2 ประเทศ คาดว่าการประชุมดังกล่าวอาจเปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ขณะที่เหล่าผู้นำรับมือกับปัญหาต่างๆ ตั้งแต่การว่างงานที่พุ่งขึ้น ไปจนถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงกับสหรัฐ เบื้องต้นวายแอลจียังคงให้จับตาราคาทองคำบริเวณ 1,750-1,754 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคายังไม่สามารถปรับตัวขึ้นยืนเหนือโซนนี้ คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะค่อยๆอ่อนตัวลงมา โดยประเมินแนวรับไว้ในบริเวณ 1,724-1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากแนวรับนี้ไม่สามารถรับได้ นักลงทุนต้องระมัดระวังการอ่อนตัวลงต่อของราคาทองคำ


กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจี แนะนำให้ลงทุนระยะสั้น โดยซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,724-1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น ในระยะสั้นราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในกรอบหากราคาสามารถการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามา แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวรับได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,750-1,754 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนหากราคาไม่หลุดบริเวณแนวรับ

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,720 (25,900บาท)             1,700 (25,600บาท)                  1,689 (25,450บาท)             

แนวต้าน          1,754 (26,450บาท)             1,765 (26,600บาท)                 1,779 (26,800บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFM20)

แนวรับ            1,720 (26,070บาท)             1,700 (25,770บาท)                  1,689 (25,600บาท)             

แนวต้าน          1,754 (26,590บาท)             1,765 (26,760บาท)                 1,779 (26,970บาท)            

   

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,724 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,704 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,693 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,758 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,769 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,783 ดอลลาร์ต่อออนซ์