WEALTH BEING • GOLD

สหรัฐ-จีนทวีความรุนแรงขึ้น กระตุ้นแรงซื้อทองคำ

สภาวะตลาดวันที่ 22 พฤษภาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,722.40 - 1,740.11 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 26,200 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,150 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFM20 อยู่ที่ 26,370 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 80 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 26,290 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,742.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,739.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.44 น. ของวันที่ 22/05/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 25 พฤษภาคม 2020 จีนวางแผนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเพื่อจัดการกับกิจกรรมการแยกตัว, การล้มล้าง และการก่อการร้าย รวมทั้ง การแทรกแซงของต่างชาติ โดยจีนมุ่งเป้าไปในการหารือเรื่องการออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติสำหรับฮ่องกง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐระบุว่า สหรัฐจะตอบโต้อย่างแข็งกร้าวหากจีนออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติสำหรับฮ่องกงเพื่อรับมือการประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยที่ลุกลามเป็นความรุนแรงบ่อยครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน แสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยระบุว่า จีนจะไม่หวั่นเกรงความตึงเครียดกับสหรัฐที่ทวีความรุนแรงขึ้นใดๆ แม้ว่าความตึงเครียดสหรัฐ-จีน จะกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ก็หนุนดอลลาร์ปรับขึ้นจากความตึงเครียดครั้งใหม่ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ รัฐบาลจีนประกาศที่การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติว่า จะออก "พันธบัตรรัฐบาลพิเศษ" ครั้งใหม่วงเงิน 1 ล้านล้านหยวน (1.4 แสนล้านดอลลาร์) ในปี 2020 ทั้งนี้ จีนจะผลักดันให้ธนาคารภายในประเทศขยายการปล่อยเงินกู้แก่บริษัทขนาดเล็กและกลาง 40% และจะพิจารณาออกพันธบัตรวงเงิน 3 แสนล้านหยวนเพื่อมอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่บริษัทเหล่านั้น ขณะที่จะขยายช่วงเวลาสำหรับการให้ช่วยเหลือด้านเงินกู้แก่บริษัทเหล่านั้นออกไปถึงเดือนมี.ค.ปี 2021 การดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของจีน โดยการเพิ่มเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ถ่วงสกุลเงินหยวนร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดรอบ 1 เดือนครึ่ง ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน จนกดดันราคาทองคำ ทั้งนี้ ปริมาณการซื้อขายทองคำตลาดโลกอาจเบาบางลงในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค. 2020  เนื่องจากตลาดสหรัฐจะปิดทำการเนื่องในวันทหารผ่านศึก (Memorial Day) เบื้องต้นมีมุมมองว่า ราคาทองคำอาจมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,741 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หากผ่านได้ประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,754 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านแรกไปได้ ก็จะเห็นการย่อตัวของราคากลับลงมาบริเวณแนวรับ 1,720-1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังคงแนะนำการลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัวของราคาเช่นเดิม

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณแนวรับ 1,720-1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ในระยะสั้นราคาทองคำยังมีโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,741 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรเพียงบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ซึ่งหากไม่ผ่านราคาอาจจะมีการอ่อนตัวลงอีกครั้ง โดยนักลงทุนที่รอซื้อทองคำอาจรอดูการตั้งฐานของราคาโดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,720-1,716 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำนักลงทุนในระยะสั้นหากราคาการย่อตัวลงมาและสามารถตั้งฐานบริเวณแนวรับดังกล่าวได้แข็งแกร่งสามารถเข้าเก็งกำไรทองคำเพิ่มเติม แต่หากหลุดควรตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยง

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,716 (25,900บาท)             1,700 (25,650บาท)                  1,690 (25,500บาท)             

แนวต้าน          1,741 (26,300บาท)             1,754 (26,500บาท)                 1,765 (26,650บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

GOLD FUTURES (GFM20)

แนวรับ            1,716 (26,020บาท)             1,700 (25,780บาท)                  1,690 (25,630บาท)             

แนวต้าน          1,741 (26,410บาท)             1,754 (26,600บาท)                 1,765 (26,770บาท)

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,720 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,704 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,694 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,745 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,758 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,769 ดอลลาร์ต่อออนซ์