WEALTH BEING • GOLD

ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งสูง กระตุ้นราคาทองสร้างแรงขายสลับ

สภาวะตลาดวันที่ 26 มีนาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,594.00 - 1,618.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 24,550 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 24,500 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFJ20 อยู่ที่ 25,040 บาท ปรับตัวลดลง 90 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,130 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,598.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 24.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,623.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.15 น. ของวันที่ 26/03/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 27 มีนาคม 2020 ข้อมูลล่าสุดจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ระบุว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัส Covid-19 จำนวนมากกว่า 472,100 ราย โดยเพิ่มขึ้น 2 เท่าภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างน้อยสู่ระดับ 21,300 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในสหรัฐพุ่งขึ้นแตะ 1,050 ราย ในวันพฤหัสบดี และยอดผู้ติดเชื้อรวมเพิ่มขึ้นกว่า 69,100 ราย แม้ว่าสภาคองเกรสของสหรัฐจะผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของ Covid-19 ได้กระตุ้นสินทรัพย์ต่างๆ รวมทั้งราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้น แต่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้จำกัด ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสดังกล่าวซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ทั้งนี้ นายเกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียเปิดเผยว่า ชาวแคลิฟอร์เนีย 1 ล้านคนได้ยื่นขอรับเงินประกันการว่างงานนับตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา และธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ 5 แห่งได้ตกลงที่จะยืดเวลาชำระหนี้เงินกู้จำนองในรัฐแคลิฟอร์เนียออกไปอีก 3 เดือน และ ให้คำมั่นที่จะไม่ยึดทรัพย์สินเพื่อขายต่อ หรือไล่ผู้อยู่อาศัยออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่นำมาจำนองในช่วง 60 วันข้างหน้า แต่การพุ่งขึ้นของยอดติดเชื้อไวรัส Covid-19 ในสหรัฐและหลายประเทศทั่วโลก ทำให้มีการเรียกร้องจากทางการให้ดำเนินการปิดเมือง หรือ Lockdown โดยประชาชนอยู่แต่ในบ้านต่อไป แนวโน้มดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ให้สินทรัพย์ต่างๆ รวมทั้ง ทองคำ มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ราคาทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากนายกรัฐมนตรีอินเดียออกมาตรการให้ประชาชนกักตัวอยู่ในที่พักอาศัยเป็นระยะเวลา 21 วัน นับตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 63 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่อการบริโภคทองคำของอินเดียซึ่งเป็นผู้ใช้ทองคำอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน สำหรับวันศุกร์นี้ แนะนำติดตาม กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผย ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.พ. ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อของเฟด  หากยังคงต่ำกว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% การอัดฉีด QE ในวงเงิน “ไม่จำกัด” ของเฟดก็จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในระยะสั้นหากราคาทองคำปรับตัวขึ้นไม่สามารถผ่านแนวต้านโซน 1,628-1,644 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำมีแนวโน้มอ่อนตัวทดสอบแนวรับในโซน 1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรจากการดีดตัวขึ้นระยะสั้นเช่นเดิม

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจี หลังจากราคาทองคำดีดตัวขึ้นมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเพิ่มมากขึ้น ราคาทองคำจึงพยายามแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อสะสมแรงซื้อหรือสร้างฐานราคา ทั้งนี้ หากราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,628-1,644 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ราคาทองคำอาจมีย่อตัวลงมา โดยประเมินแนวรับที่ 1,585 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือแนวรับได้ราคาก็พร้อมขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1,644-1,671 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในระยะสั้น แนะนำให้เล่นในกรอบให้รอจังหวะเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปบริเวณแนวต้าน

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,585 (24,550บาท)             1,548 (24,000บาท)                  1,523 (23,600บาท)             

แนวต้าน          1,644 (25,500บาท)             1,671 (25,950บาท)                 1,689 (26,200บาท)            

              

GOLD FUTURES (GFJ20)

แนวรับ            1,585 (24,740บาท)             1,548 (24,160บาท)                  1,523 (23,770บาท)             

แนวต้าน          1,644 (25,660บาท)             1,671 (26,080บาท)                 1,689 (26,360บาท)          

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,543 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,518 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,639 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,666 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,684 ดอลลาร์ต่อออนซ์