WEALTH BEING • GOLD

โควิด-19 ยังคงมีผลต่อเศรษฐกิจทั่วโลก กระทบทองคำ

สภาวะตลาดวันที่ 31 มีนาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,609.25 - 1,626.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 24,950 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 24,900 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFJ20 อยู่ที่ 25,110 บาท ปรับตัวลดลง 140 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 25,250 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOM20 อยู่ที่ 1,614.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 7.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,621.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.06 น. ของวันที่ 31/03/2020)


ด้านแนวโน้มวันที่ 1 เมษายน 2020 ฟิทช์ เรตติ้งส์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอังกฤษ อ้างอิงถึงความอ่อนแอลงของการเงินภาคสาธารณะที่เกิดจากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 โดยปรับลดอันดับความน่าเชื่อถืออังกฤษสู่ "AA-" จาก "AA" โดยมีแนวโน้มเชิงลบ ขณะที่ระดับหนี้สินโดยร่วมพุ่งขึ้น เนื่องจากอังกฤษเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อชดเชยกับภาวะเกือบชัตดาวน์ของเศรษฐกิจ การปรับลดอันดับเครดิตอังกฤษถ่วงสกุลเงินปอนด์และราคาทองคำให้อ่อนตัวลง ทำให้แนวโน้มของสกุลเงินปอนด์ยังคงเผชิญความเสี่ยงที่อาจอ่อนค่าลงต่อได้อีก จนกระตุ้นให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น แนวโน้มดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ แม้ว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตอย่างเป็นทางการของจีนแสดงว่า กิจกรรมแกว่งตัวสู่การขยายตัวอย่างไม่คาดคิดในเดือนมี.ค. และ ธนาคารกลางจีนลดอัตราดอกเบี้ย reverse repo อย่างไม่คาดคิดในอัตรามากที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี เพื่อลดแรงกดดันในเศรษฐกิจ แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้สร้างความหวังว่าจะมีแรงซื้อทองคำจากทางฝั่งจีนเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะหดตัวอย่างหนักในไตรมาสแรกและเศรษฐกิจที่สำคัญอื่นๆจะได้รับผลกระทบอย่างมากเช่นกัน ทั้งนี้ ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 จะยังคงมีอิทธิพลอย่างมากส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการซื้อขายสินทรัพย์ต่างๆ รวมทั้งทองคำ ทั้งนี้ ธนาคารโลกระบุในรายงานเศรษฐกิจล่าสุด โดยคาดว่าการระบาดของโควิด-19 จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกและเอเชียแปซิฟิกรวมทั้งจีนชะลอลงอย่างหนัก นอกจากนี้ นักลงทุนกำลังจับตา ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ จะเปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนของสหรัฐในเดือนมี.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่า ตลาดงานอยู่ในเกณฑ์ตกต่ำมากน้อยเพียงใด ในขณะที่ไวรัสโควิด-19 กระทบไปทั่วเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐ ทั้งนี้ ผลสำรวจออนไลน์ต่อบริษัทกว่า 250 แห่ง โดย Challenger, Gray & Christmas ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานเก่าแก่ที่สุดในสหรัฐ ซึ่งร่วมมือกับบริษัทต่างๆในบริการเปลี่ยนผ่านสำหรับพนักงาน บ่งชี้ว่า บริษัทเกือบ 50% ระบุว่า ทางบริษัทอาจจะปลดพนักงานใน 3 เดือนข้างหน้าจากการระบาดของโควิด-19 ขณะที่บริษัทกว่า 1 ใน 3 (37%) ระบุว่า ทางบริษัทระงับการจ้างงานแล้ว เบื้องต้นมีมุมมองว่า ราคาทองคำอาจมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,630 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หากผ่านได้ประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,646 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านแรกไปได้ ก็จะเห็นการย่อตัวของราคากลับลงมาบริเวณแนวรับ 1,608-1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังคงแนะนำการลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัวเช่นเดิม

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณแนวรับ 1,608 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในระยะสั้น ราคาทองคำยังมีโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,630 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรเพียงบางส่วนออกมาบ้าง เพราะหากไม่ผ่านราคาอาจจะมีการอ่อนตัวลงอีกครั้ง โดยนักลงทุนที่รอซื้อทองคำอาจรอดูการตั้งฐานของราคาโดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,608 หรือ 1,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำนักลงทุนในระยะสั้นหากราคาการย่อตัวลงมาและสามารถตั้งฐานบริเวณแนวรับดังกล่าวได้แข็งแกร่งสามารถเข้าเก็งกำไรทองคำเพิ่มเติม

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,608 (24,950บาท)             1,594 (24,750บาท)                  1,585 (24,600บาท)             

แนวต้าน          1,630 (25,300บาท)             1,646 (25,550บาท)                 1,661 (25,800บาท)            

              

GOLD FUTURES (GFJ20)

แนวรับ            1,608 (24,990บาท)             1,594 (24,770บาท)                  1,585 (24,630บาท)             

แนวต้าน          1,630 (25,330บาท)             1,646 (25,580บาท)                 1,661 (25,820บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOM20)

แนวรับ            1,606 ดอลลาร์ต่อออนซ์              1,592 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,583 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,628 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,644 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,659 ดอลลาร์ต่อออนซ์