AWARDS • MONEY & BANKING AWARDS

บริษัทที่มี บริการยอดเยี่ยมด้านประกันชีวิต 2564 Best Service Provider Life Insurance 2021

บทความโดย:

บริษัทที่มี บริการยอดเยี่ยมด้านประกันชีวิต 2564 Best Service Provider Life Insurance 2021 สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต

บริษัทที่มี บริการยอดเยี่ยมด้านประกันชีวิต 2564 

Best Service Provider Life Insurance 2021


 สาระ ล่ำซำ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต



รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และขอขอบคุณ วารสารการเงินธนาคาร ที่มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งมาจากการโหวตของผู้เข้าชมงาน มหกรรมการเงิน Money Expo ทำให้รางวัลนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากผู้ใช้บริการจริงของบริษัท

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัลบริษัทที่มีบริการยอดเยี่ยมด้านประกันชีวิต 2564 (Best Service Provider Life Insurance 2021) จากผลสำรวจความพึงพอใจของผู้เข้าชมงานมหกรรมการเงิน Money Expo ทั่วประเทศ รวมทั้งหมด 7 ครั้ง ภายใต้แนวคิด “Future Wealth” ความมั่งคั่งในมิติใหม่แห่งอนาคต 

สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลบริษัทที่มีบริการยอดเยี่ยมด้านประกันชีวิต 2564 ว่า รู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณ วารสารการเงินธนาคาร ที่มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ซึ่งมาจากการโหวตของผู้เข้าชมงาน Money Expo ทำให้รางวัลนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากผู้ใช้บริการจริงของบริษัท

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติในการได้รับรางวัลในครั้งนี้ เพราะเป็นรางวัลที่มาจากผลโหวตของผู้เข้าชมงานมหกรรมการเงิน Money Expo และมาจากสื่อวารสารที่มีความน่าเชื่อถืออย่าง วารสารการเงินธนาคาร ในการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า ซึ่งแสดงถึงความผูกพันของลูกค้าที่มีต่อเมืองไทยประกันชีวิต ผมเชื่อว่า เมื่อลูกค้ามีความผูกพันกับบริษัทประกัน เขาจะเชื่อใจ เมื่อได้รับบริการที่ดี เขาจะซื้อเพิ่ม เพราะในแต่ละช่วงชีวิตของคนเรา จะต้องมีความต้องการในเรื่องของความคุ้มครองชีวิตและประกันสุขภาพอยู่แล้ว”

 

MTL NEXT TO YOU

ปักธงตอบโจทย์ทุกมิติ

โดยภาพรวมของประกันชีวิตนั้น สาระกล่าวว่าเรื่องของความคุ้มครองชีวิตยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ประกันชีวิตต้องให้ความคุ้มครองให้ครอบคลุม ทั้งชีวิต สุขภาพ ทุพพลภาพ และอุบัติเหตุ รวมทั้งมีการพัฒนาแบบประกันชีวิตที่เข้ามาช่วยวางแผนการออมเพื่อการเกษียณอย่างมั่งคั่งและมั่นคง

สำหรับปี 2565 บริษัทได้กำหนดยุทธศาสตร์ภายใต้แนวคิด “MTL NEXT TO YOU” เพื่อการเติบโตทางธุรกิจและตอบโจทย์ลูกค้าอย่างตรงจุด มุ่งเน้นพัฒนาขีดความสามารถของช่องทางการขายเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน การนำเสนอและประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า การพัฒนากระบวนการทำงานในทุกด้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารความเสี่ยงภายในและภายนอกบริษัท ที่มีประสิทธิภาพ การขยายธุรกิจและบริการผ่านพันธมิตรทางธุรกิจ ในรูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ รวมถึงการเป็นองค์กรที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี ในการพัฒนาประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการแก่ลูกค้า การขยายธุรกิจไปสู่ตลาดที่มีศักยภาพในต่างประเทศ เช่น กลุ่มประเทศอาเซียน และขยายสู่ธุรกิจที่มีโอกาส เติบโตสูงและส่งเสริมธุรกิจ

สาระกล่าวว่า ภายใต้แนวคิด MTL NEXT TO YOU คือ การมุ่งเน้นการพัฒนารอบด้าน อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อก้าวเคียงคู่ดูแลทุกช่วงของชีวิต ส่งมอบความสุขและรอยยิ้มแก่ลูกค้าในทุกกลุ่ม พร้อมประกาศจุดยืนในการเป็นผู้นำตลาดด้านความคุ้มครองสุขภาพ และการบริหารความมั่งคั่งด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขาย และการบริการ ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุก Journey ทุกไลฟ์สไตล์แบบ End to End ไดอย่างเหมาะสม ในรูปแบบที่มีความเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น รวมถึงการยกระดับองค์กรสู่ความเป็นสากลเพื่อสามารถรับมือกับโลกยุคดิจิทัลเต็มตัว

 

สร้างผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต

ตอบโจทย์คุ้มครอง-สุขภาพ

สาระกล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และโรคร้ายแรง ทั้งนี้จากกระแสการใส่ใจดูแลด้านสุขภาพของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันรวมถึงความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น บริษัทจึงได้พัฒนา สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพ อีลิท เฮลท์(Elite Health) และ ดี เฮลท์ (D Health) ซึ่งเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งความภาคภูมิใจที่มีความโดดเด่นด้วยความคุ้มครองสุขภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด สามารถเลือกความคุ้มครองได้ตามไลฟ์สไตล์ทำให้แบบประกันสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพทั้งสองแบบนี้จึงได้รับการตอบรับจากลูกค้ามาด้วยดีมาโดยตลอด

อีกทั้งยังได้รับรางวัลการันตีทั้งในระดับประเทศและระดับสากลด้านความคุ้มครองสุขภาพ บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าแบบ Outside In ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัท สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมเตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งในด้านคุ้มครองสุขภาพ ความคุ้มครองโรคร้ายแรง และบริการต่าง ๆ ที่เข้าถึงลูกค้าในแบบที่มีความเฉพาะตัวได้มากยิ่งขึ้น

“เราเน้นการสร้างความแตกต่าง และสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างเข้าถึง เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ครอบคลุมตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในทุกเพศ ทุกวัย พร้อมพัฒนาและผสมผสานรูปแบบของการบริการ ในเรื่องของนวัตกรรมใหม่การบริการผ่านระบบ Digital และ Non Digital ที่ใช้บริการทั้ง Self Service และ Human Touch”

ส่วนด้านการบริหารความมั่งคั่งนั้น บริษัทฯ จะนำเสนอการบริการบริหารจัดการทางการเงิน เพื่อเป็นบริการวางแผนการเงินส่วนบุคคลแบบครบวงจร โดยให้คำแนะนำด้วยแนวคิด Wealth Life Expert พร้อมบริการคัดเลือกกองทุนรวมคุณภาพจาก บลจ.ชั้นนำ ภายใต้ทีม Wealth Advisor ที่จะช่วยวางกลยุทธ์การลงทุน และสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังมีการติดตามผลการดำเนินงาน บริหารความเสี่ยง โดยผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านการลงทุนเพื่อให้ลูกค้าบรรลุทุกเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นใจ


ตอบรับโลกยุคใหม่

ยกระดับองค์กรสู่สากล

สาระกล่าวว่า บริษัทได้ยกระดับองค์กรสู่ความเป็นสากล ทันสมัย และสามารถรับมือกับโลกยุคดิจิทัล ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล ระบบกระบวนการทำงานอัตโนมัติเพื่อให้การทำงานเป็นแบบอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

รวมถึงการเชื่อมต่อกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายสถานพยาบาล พันธมิตรในตลาดอีคอมเมิร์ซ และพันธมิตรในกลุ่มสตาร์ตอัพด้าน InsureTech, HealthTech หรือ Blockchain มาช่วยเข้าถึงความต้องการของลูกค้า

“ในปี 2565 เมืองไทยประกันชีวิต ตั้งเป้าหมายเป็นองค์กรน่าอยู่และองค์กรแห่งการเรียนรู้ ด้วยการพัฒนาพนักงานให้มีความสามารถรอบด้าน เป็นศูนย์รวมของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ความรู้ความสามารถ ในหลากหลายมิติ เพื่อคิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ กระบวนการทำงาน การให้บริการรวมถึงการพัฒนาองค์กรให้มีความทันสมัยและก้าวทันกับโลกที่เกิดขึ้นตลอดเวลา พร้อมเปิดรับคนรุ่นใหม่มาร่วมขับเคลื่อนองค์กรสู่โลกยุคดิจิทัล (New Talent)”

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบในด้านการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) การจัดการด้านสังคม (Social) และการจัดการด้านธรรมาภิบาล (Governance)หรือ ESG อีกด้วย