ONLINE MAGAZINE

ตระกูล Lee จ่ายภาษีมรดกมหาศาล

บทความโดย: Admin

สำนักข่าวชั้นนำ Reuters รายงานว่า ทายาทของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้ Samsung Group ได้แถลงแผนการชำระภาษีมรดกมูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นหนึ่งในจำนวนเงินภาษีมรดกที่มากสุดในโลก รวมถึงแผนบริจาคงานศิลปะล้ำค่ามากมาย ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการประเมินมูลค่านับหมื่นชิ้น

นาย Lee Kun-hee ประธานบริษัท Samsung Electronics ถือว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยสุดในเกาหลีใต้ เมื่อเขาเสียชีวิตในเดือนตุลาคม 2020 ด้วยวัย 78 ปี หลังจากต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานหลายเดือน นาย Lee มีทรัพย์สินทั้งหมดคิดเป็นมูลค่าประมาณ 22 ล้านล้านวอน หรือราว 19,600 ล้านดอลลาร์

เกาหลีใต้ เป็นประเทศหนึ่งที่มีการใช้กฎหมายภาษีมรดกที่เข้มงวดมาก โดยมีอัตราการจัดเก็บในเกณฑ์สูงและมีการแยกแยะทรัพย์สินที่จัดเป็นมรดกไว้อย่างละเอียด ทำให้ทายาทของผู้เสียชีวิตต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างรอบคอบและเคร่งครัด

โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากวิกฤติโควิด-19 และ รัฐบาลเกาหลีใต้ มีภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เพื่อการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ทำให้ภาครัฐมีความต้องการเงินรายได้เข้าคลัง เพื่อนำไปใช้จ่ายและเจือจุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การจัดเก็บภาษีมรดกอย่างตรงไปตรงมา จึงเป็นมาตรการหนึ่งที่ช่วยพยุงฐานะการคลังของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย

ทายาทในตระกูล Lee ได้ลงมติที่จะแบ่งชำระภาษีมรดกเป็นรายงวด รวม 6 งวด โดยคาดว่าอาจเริ่มในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม 2021 โดยจำนวนเงินภาษีรวมทั้งหมดประมาณ 12 ล้านล้านวอน หรือ ราว 11,700 ล้านดอลลาร์

 ทรัพย์สินของประธาน Lee ประกอบด้วย เงินสด หุ้นของบริษัท Samsung Electronics, Samsung Life, Samsung C&T และ อสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง รวมถึง งานศิลปะและวัตถุโบราณล้ำค่ามากมาย ทั้งนี้ ประธาน Lee เป็นคนที่ชอบสะสมสิ่งของมีค่าหลากหลายประเภท ทำให้คาดว่าน่าจะมีผลงานศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าทั้งในประเทศและต่างประเทศ จำนวนราว 23,000 รายการ ซึ่งรวมถึง งานภาพเขียนระดับโลก อาทิ ผลงานของ Claude Monet, Pablo Picasso, Paul Gauguin และ Joan Miro เป็นต้น

ทายาทมีความคิดเห็นที่จะบริจาคงานศิลปะทั้งหมดไห้แก่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลีใต้ และ สถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศ เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมให้แก่นักศึกษาและเยาวชนที่สนใจในงานแขนงต่างๆ เหล่านี้ ทางการเกาหลีใต้ ระบุว่า การบริจาคงานศิลปะมีค่าทั้งหลาย สามารถช่วยลดภาระการเสียภาษีมรดกได้บางส่วนอีกด้วย แต่หากตระกูล Lee ต้องการเก็บรักษางานศิลปะมีค่าเหล่านั้นไว้ ก็จะต้องเสียภาษีในอัตราสูง ซึ่งหน่วยงานด้านกฎหมายแนะนำให้บริจาค พร้อมกับช่วยเหลืองานด้านสาธารณกุศลควบคู่กันไปด้วย เพื่อลดภาระภาษีมรดกของประธาน Lee

ทั้งนี้ ในการหารือระหว่างทายาทตระกูล Lee เกี่ยวกับแผนการชำระภาษีมรดกมูลค่ามหาศาลครั้งนี้ ปรากฏว่านาย Lee Jae-yong รองประธานบริษัท Samsung Electronics ซึ่งมีฐานะเป็นบุตรชายคนโตของประธาน Lee ไม่ได้มาร่วมปรึกษาหารือด้วย เนื่องจากอยู่ในเรือนจำมาตั้งแต่ต้นปี 2021 ด้วยข้อหาคดีติดสินบน คดีฉ้อฉลทางธุรกิจ การปั่นหุ้นอย่างผิดกฎหมาย ส่งผลให้มีโทษจำคุกเบื้องต้นเป็นเวลานานกว่า 2 ปี และยังมีผลทำให้อดีตประธานาธิบดีหญิง Park Geun-hye ต้องออกจากตำแหน่ง และโดนพิจารณาคดีสินบนและคอร์รัปชั่นด้วย

อย่างไรก็ตาม ทนายความของนาย Lee Jae-yong ยังคงต่อสู้คดีในประเด็นเกี่ยวกับการปั่นหุ้นว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในวงการหุ้นมองว่านาย Lee ต้องการปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัทในเครือ ด้วยการเข้าถือหุ้นในบริษัทในเครืออย่างไม่ถูกต้อง เพื่อปูทางสู่อำนาจควบคุมกิจการในกลุ่ม Samsung ส่วนใหญ่

เป็นที่น่าสังเกตว่า บรรดาธุรกิจชั้นนำของเกาหลีใต้บางส่วน ได้มีการเรียกร้องให้ประธานาธิบดีอภัยโทษให้แก่ นาย Lee Jae-yong เนื่องจากในอดีตเคยมีการกระทำดังกล่าวแก่บุคคลที่สร้างผลงานเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ซึ่งนักธุรกิจชั้นนำเหล่านั้นมองว่า Samsung ภายใต้การบริหารจัดการของตระกูล Lee ในช่วงที่ผ่านๆ มา ได้มีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง กลายเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 12 ของโลก ทั้งนี้ Samsung มียอดขายทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของมูลค่า GDP ประเทศ เนื่องจากกลุ่มมีกิจการหลากหลาย ทำให้ยอดการค้าและการส่งออกมีมูลค่ามหาศาล

การขออภัยโทษให้แก่ นาย Lee Jae-yong ก็เพื่อให้การบริหารจัดการของบริษัท Samsung Electronics ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น เนื่องจากขณะนี้ ยังไม่มีทายาทคนใดเข้ามาบริหารแทน แต่อย่างไรก็ตาม ทางการเกาหลีใต้ ไม่ได้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มธุรกิจชั้นนำเหล่านั้น แต่แวดวงการศึกษาและองค์กรอิสระ มองว่าควรดำเนินการตามกฎหมายที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป เพื่อสะท้อนระบวนการยุติธรรมในสังคมเกาหลีใต้อย่างแท้จริง