ONLINE MAGAZINE

จีนเร่งผลักดัน เงินหยวนดิจิทัล

บทความโดย: Admin

โดย : Ms. June Qiong Fu FSVP, China Business Function & GM Shanghai Branch

The Siam Commercial Bank Public Company Limited



 

การทดสอบ เงินหยวนดิจิทัล” นำร่องได้ขยายเป็น 10 เมือง และจะนำออกทดลองใช้ในช่วงการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 ที่กรุงปักกิ่ง


 

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการเปิดตัวเงินหยวนดิจิทัล 


ธนาคารกลางจีน หรือ The People's Bank of China (PBOC) ได้เปิดตัวการทดลองใช้เงินหยวนดิจิทัล ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า "Digital RMB" หรือ "e-CNY" ในประเทศจีน ในประมาณ 10 เมืองทั่วประเทศ แม้ว่าจะยังไม่มีการกำหนดเวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ธนาคารกลางจีนจะเป็นธนาคารกลางรายใหญ่แห่งแรกที่ออกสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งรู้จักกันอย่างเป็นทางการว่า Digital Currency/Electronic Payment หรือ DC/EP


ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างจากคริปโทเคอร์เรนซี่ หรือเงินสกุลดิจิทัลที่ออกโดยภาคเอกชน เช่น Bitcoin เงินหยวนดิจิทัล ถือเป็นเงินดิจิทัลที่ถูกกฎหมายของจีนและมีสถานะและมูลค่าเช่นเดียวกับธนบัตรหรือเหรียญจริง วัตถุประสงค์ของการเปิดตัวเงินหยวนดิจิทัลก็เพื่อทดแทนเงินสดหมุนเวียน หรือ M0 ในขณะที่การวิจัยเริ่มต้นในปี 2557ธนาคารกลางจีนได้เริ่มนำเงินหยวนดิจิทัลออกทดลองสู่สาธารณะครั้งแรก ในช่วงกลางปี 2563 ใน 4 เมืองใหญ่ของจีน ได้แก่ เซินเจิ้น ซูโจว เฉิงตู และเขตเมืองใหม่สงอัน และตั้งแต่ต้นปี 2564 ได้เปิดตัวอีก 6 เมือง ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ฉางซา ซีอาน ชิงเต่า ต้าเหลียน และไห่หนาน รวมถึงการทดสอบการใช้งานในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่นครปักกิ่งในปี 2565 


มีความเป็นไปได้ว่า มีความพยายามในการเร่งเปิดตัวเนื่องจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ เพื่อจัดการกับความท้าทายที่เกิดจาก เงินสกุลดิจิทัลที่ออกโดยภาคเอกชน เนื่องจากจากคริปโทเคอร์เรนซี่ยังถือเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเป็นทางการในประเทศจีน การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งทำให้มีความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัส ณ จุดขาย และธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตของจีน นอกจากนี้ การครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดของการชำระเงินดิจิทัลโดยผู้ให้บริการชำระเงินของเอกชน เช่น Alipay และ Tencent Pay ยังได้มีส่วนในการเร่งกระบวนการออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางอีกด้วย


ประเทศจีนมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือประมาณ 900 ล้านคน ณ ปี 2562 คิดเป็น 64% ของประชากรทั้งหมด อัตราส่วนปริมาณเงิน M0 (ปริมาณเงินที่ใกล้เคียงเงินสด) ต่อ M2 (ปริมาณเงินในเชิงกว้าง รวมถึงเงินฝากในระบบ) ของประเทศอยู่ที่ประมาณ 4% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น (เช่น 26% ของสหรัฐอเมริกา และ10% ของญี่ปุ่น) อันเนื่องมาจากการใช้เงินสดที่ต่ำอยู่แล้วและกำลังลดลง ดังนั้น จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จีนจะออกเงินสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง


 

จุดเด่นของระบบเงินดิจิทัล (DC/EP) และเงินหยวนดิจิทัล (Digital RMB)


คุณลักษณะหลักของระบบเงินดิจิทัลของจีนคือโหมดการทำงาน "สองระดับ" ที่มีการออกแบบ นำออกใช้และเคลียริ่งโดยธนาคารกลางจีน และธนาคารพาณิชย์ที่กำหนดจะแจกจ่ายและจัดการเชื่อมระบบกับลูกค้า 2C (to-customer) สถาบันการเงินที่กำหนดจะต้องจ่ายเงินสำรองเต็มจำนวนให้กับธนาคารกลางจีน เช่นเดียวกับการจัดการธนบัตร 


โหมดการทำงานดังกล่าวของธนาคารกลางจีนมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการที่คนจะลดการพึ่งพาตัวกลาง อันได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ แต่จะใช้ประโยชน์จากระบบของธนาคารพาณิชย์ สาขา บุคลากร และแอปพลิเคชั่นของธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่ใหญ่ที่สุดหกแห่งของจีน ได้แก่ Industrial and Commercial Bank of China, Agricultural Bank of China, Bank of China, Bank of Communications, China Construction Bank และ Postal Savings Bank of China โดยธนาคารทั้งหกแห่งนี้ได้ถูกกำหนดให้เป็นธนาคารพาณิชย์ชุดแรกทึ่จะออกสกุลเงินดิจิทัลสู่สาธารณะ





และในเดือนพฤษภาคม 2564 จะเป็นครั้งแรกที่ธนาคารของเอกชน คือ Zhejiang E-Commerce Bank Co Ltd ชื่อย่อว่า MyBank ซึ่งเป็นธนาคารที่ Ant Group ถือหุ้นใหญ่จำนวน 30% และถือเป็นหน่วยงานด้านเทคโนโลยีทางการเงินของ Alibaba Group ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซของจีน ได้รับมอบหมายให้เป็นธนาคารที่สามารถออกเงินหยวนดิจิทัลของธนาคารกลาง 


นอกจากนี้ ยังมีธนาคารทางอินเทอร์เน็ตที่เป็นของเอกชนอีกแห่งคือ WeBank ซึ่งถือหุ้นใหญ่โดย Tencent Group จำนวน 30% ก็พร้อมที่จะเปิดใช้งานเงินหยวนดิจิทัลเร็วๆ นี้ การรวมธนาคารของเอกชนเข้าไว้ในเกมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของเงินดิจิทัลหยวน เพราะไม่เพียงแต่ธนาคารของรัฐเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธนาคารเอกชนที่จะเข้าร่วมกับระบบสกุลเงินดิจิทัลนี้ 

และธนาคารกลางได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการรวมธนาคารทางอินเทอร์เน็ตที่เป็นนวัตกรรมเหล่านี้ไว้ เนื่องจากมีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีรูปแบบการชำระเงินออนไลน์และระบบนิเวศที่หลากหลายมากกว่า


ธนาคารพาณิชย์จะมีอิสระในการเลือกเทคโนโลยีใดก็ได้ที่ต้องการ (เช่น DLT หรือระบบบัญชีดั้งเดิมแบบรวมศูนย์ในการแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล หรือใช้รหัส QR ของ NFC สำหรับการชำระเงินแบบออฟไลน์) เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ ทั้งนี้จุดยืนที่เป็นกลางทางเทคโนโลยีของธนาคารกลางจีนจะสนับสนุนให้เกิดการการแข่งขันแบบเสรีที่จะส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมคุณสมบัติอื่นๆ ของระบบเงินดิจิทัล DC/EP รวมถึง 


         1) การไม่เปิดเผยตัวตนที่ควบคุมได้ โดยกระเป๋าเงินดิจิทัลจะไม่ขึ้นกับบัญชีธนาคารสำหรับธุรกรรมที่มีขนาดเล็ก (ไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบ ID สำหรับธุรกรรมจำนวนเล็กน้อย ซึ่งในส่วนนี้ธนาคารกลางจีนยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดหลักเกณฑ์) โดยบุคคลทั่วไปสามารถเปิดกระเป๋าเงินดิจิทัล โดยใช้รหัสประจำตัวใดๆ ก็ได้ เช่น หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือหมายเลขทะเบียนรถ และไม่ต้องใช้บัญชีธนาคาร อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกรรมที่ใหญ่ขึ้น ระบบจะต้องเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารและมีการยืนยันตัวตนเพื่อให้แน่ใจว่าการชำระเงินมีความถูกต้องและป้องกันการฟอกเงิน


          2) กระเป๋าเงินสามารถเก็บไว้ในสมาร์ตโฟนหรือในอุปกรณ์ เช่น ชิปการ์ด ในกรณีที่ไม่มีสมาร์ตโฟน กระเป๋าเงินยังสามารถใช้แบบออฟไลน์ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ตครอบคลุม หรือนักเดินทางต่างประเทศที่ไม่มีเครือข่ายท้องถิ่นหรือไม่ต้องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น


         3) กระเป๋าเงินดิจิทัล จะไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยให้กับยอดเงินคงเหลือและไม่คิดค่าบริการสำหรับการชำระเงิน 4) ระบบเงินดิจิทัล DC/EP ใช้การประมวลผลแบบรวมศูนย์แทนการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ ซึ่งหมายความว่า จะไม่ต่างจากคริปโทเคอร์เรนซี่ของเอกชน

 

 

 


ด้วยรูปแบบการดำเนินการในสองระดับของสกุลเงินดิจิทัลและมีวัตถุประสงค์เพื่อแทนที่เฉพาะ M0 หรือเงินสดในระบบ สกุลเงินดิจิทัลจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบการเงินของจีนและธนาคารพาณิชย์ของจีน และจะไม่มีผลกระทบต่อนโยบายด้านการเงินของจีนและเศรษฐกิจของจีน โดยความพยายามของธนาคารกลางจีนในการออกแบบสกุลเงินดิจิทัลเพื่อหลีกเลี่ยงการลดบทบาทบของธนาคารพาณิชย์นั้นมีความชัดเจน


ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลในระดับต่างๆ เช่น รัฐบาลกลาง รัฐบาลระดับมณฑล หรือระดับเทศบาล ของจีนยังคงเป็นถือหุ้นในธนาคารส่วนใหญ่ของจีน และเป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลกลาง คือการรักษาเสถียรภาพทางสังคม (รวมถึงเศรษฐกิจและการเงิน) นอกจากนี้ 96% ของบริการธนาคารของจีนมีการประมวลผลบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้วอันเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ดังนั้นผลกระทบของสกุลเงินดิจิทัลในภาคการธนาคารจึงคาดว่าจะมีเพียงเล็กน้อย


ในระยะแรก สกุลเงินดิจิทัลนี้คาดว่าจะใช้เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการจับจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคที่มีจำนวนเงินไม่มากนัก เช่น อาหาร ของชำ และค่าขนส่งเป็นหลัก และเมื่อระบบมีความปลอดภัย และฟังก์ชั่นการทำงานดีขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปคาดว่าแอปพลิเคชั่นต่างๆ ของเงินสกุลดิจิทัลนี้จะขยายไปสู่บริการที่มีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้นและซับซ้อนมากขึ้น เช่น เงินอุดหนุนจากรัฐบาลที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ และการชำระเงินข้ามพรมแดน 


ในขณะที่บางคนเชื่อว่าจีนมีการกำหนดระบบชำระเงินข้ามพรมแดนไว้ในใจแล้วอย่างแน่นอนเมื่อทำการออกแบบระบบสกุลเงินดิจิทัล แต่ในระยะแรกนี้ เป็นที่คาดการณ์ว่าสกุลเงินดิจิทัล DC/EP จะจำกัดเฉพาะการชำระเงินภายในประเทศเท่านั้น แต่อาจมีศักยภาพในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดน และความเป็นสากลของเงินหยวน